Choltisa's profile[[...sOmEb"O"dY...]]PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    May 30

    เป็นเอามากแหะ

    เบื่อจริงๆเลยนะ
     
    รุสึกทำอะไร คิดอะไรก็น่ารำคาญตัวเองชะมัด
     
    ห้ามตัวเองไม่ได้ซะที เหมือนกะว่า ไอ่สมองที่สั่งการได้ แต่ใจมานไม่ยอมฟังเลยอ่ะ
     
    เป็นบ้าบอ เพ้อฝันอยู่ได้
     
    แบบว่า เค้าว่ารักๆๆๆ หรือว่า หลงๆๆๆ ก็ยังคงค้นหาคำตอบ
     
    555 เอามาจากเพลงเลยนะเนี่ย ตรงปะล่ะ
     
    ไม่แน่จายตัวเองว่า ชอบหรือว่า หลง ตอนนี้ยังไม่พร้อม
     
    แต่พอได้คุยด้วย แล้วรุสึกดีอย่างบอกไม่ถูก
     
    หรือแค่ว่าเราเหงาเท่านั้นล่ะ อันนี้ก็ไม่รุเหมือนกัน
     
    แต่ตอนนี้เค้าก็ดันมีคนอื่นด้วยนี่ดิ มันรุสึก แปลกๆเวลาดูรูปเค้ากะคนนั้น มันจี๊ดๆไงไม่รุ
     
    แต่ใช่เรื่องซะที่ไหนล่ะ "รู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้ ได้แต่เพียงแค่มองเท่านั้น ไม่ใช่คนที่เธอต้องการ ไม่ใช่ฝันที่เธอวาดไว้"
     
    คนนั้นเค้าน่าจะดีพอ และดีทุกอย่างพร้อมกะนายอ่ะนะ เราคงเอาอะไรไปสู้เค้าไม่ได้หรอก
     
    ไอ่ที่บอกว่าเหมาะสม คุณไม่เหมาะกะฉันหรือว่าเป็นที่ฉันเองไม่เหมาะกับคุณ คุณไม่ใช่คนตัดสินใจ แต่เป็นที่ตัวฉันเองที่รู้ตัวเองดีว่าเหมาะหรือไม่
     
    จะทำยังไงต่อไปดีล่ะ "ให้ความหวังกันทำไม ไม่เห็นจะอยากฟัง เพราะรู้ว่าสักวันต้องผิดหวังต้องเสียใจ"
     
    "นายทำไมใจร้ายจัง นายให้ความหวัง และทำให้คนนึงเสียใจ"
     
    บ้าบอที่สุด มันอาจเป็นแค่ "หลง" หรือ แค่ "เหงา" เท่านั้นละมั๊ง
     
    เบื่อที่สุดที่ต้องมารอ คอย หวัง ลมๆ แล้งๆ ความห่างไกล เป็นคัวบ่อนทำลายความรุสึกจิงๆ
     
    ถ้าเอาเข้าจริงๆ เราจะทนได้ไหมนะ เค้าจะทนได้ไหมนะ เค้าอ่ะได้ แต่เราคงไม่ได้
     
    งั้นเราไม่ควรสานสัมพันต่อจะดีกว่าไหม
     
    จะได้ไม่ต้องเสียใจ เสียความรุสึกต่อกัน เสียเวลา เสียน้ำตาอีก
    January 12

    โตขึ้นอีก...ก้าว

    คนเรานี่ ไม่เคยที่จะหยุดโตเลยเนอะ
     
    ไม่ช่ายแค่ร่างกาย
     
    แต่เปนสมอง และ สองมือ
     
    กว่าจะทำอะไรแต่ละอย่าง เราจะต้องคิด คิด คิด แล้วก็คิด
     
    อ่ะ เรามาลองคิดว่าดูว่า ถ้าคนเราทำโดยไม่คิด (แต่สิ่งที่ทำไม่เดือดร้อนใครนะ) คนเราจะมีความสุขแค่ไหน
     
    หากไม่คิดที่จะชิงดี ชิงเด่น หรือแม้แต่คิดที่จะหลอกใช้
     
    คุณเคยเจอมั๊ย การหลอกใช้ ทุกวันนี้ เราล้วนแต่โดนหลอกใช้ ไม่ว่าจะเปนคนในสังคม ที่เราไม่รุจัก
     
    หรือไม่กะทั่งเพื่อนตัวเองที่สนิท ไม่สนิท ก็ตาม
     
    ฉันก็เคยโดนมาก่อน เรื่องหลอกใช้ เพื่อนเนี่ยแระ ที่ฉันคิดว่าจะไม่โดน จะไม่เจอ
     
    ตอนแรกก็เข้ามาช่วย มาให้ความรุสึกดีๆ แต่ พอเราห่างกันเข้าหน่อย
     
    คำว่าความรุสึกดีๆก็ถูกทำลาย
     
    เพราะเราเองที่เปนผู้ที่ถูกเค้าหลงลืมว่า เปนเพื่อน
     
    ฉันจะคิดว่า ทุกสิ่งที่เค้าทำ คือความไม่ตั้งใจ
     
    แต่ในใจฉันลึกๆ รับไม่ได้อยู่เหมือนกาน ที่เค้าจะมาทำกะเราได้อย่างนี้
     
    ถ้าคิดจะทิ้งกัน ก็ อย่ามาทำดีด้วยเลย
     
    ถ้าคิดจะหลอกใช้กัน อย่าให้ใครจับได้
     
    ขอบคุณนะที่ ทำให้วันนี้ รุสึกว่า เราโตขึ้นอีก...(ก้าว)
    January 17

    กลับมาอีกครั้ง

    ไม่มีอะไรเลย ในช่วงนี้ ที่จะสำคัญไปกว่า
    ซ้อมๆๆๆๆแล้วก็ ซ้อม
    ตอนนี้เลยไม่ค่อยมาอัพเท่าไหร่แล้วอ่ะ
    แล้วก็เห็นๆกันว่า hi5 มาแรงเหลือเกิน
    จนตอนนี้เนี่ย แทบไม่มีครายแตะสเปซ เลยนะเนี่ย
     
    ตอนนี้ก็ไม่ค่อยมีอารายเท่าไหร่
    งานเยอะ
    ร้องเพลง
    ยิ่งนานวันยิ่งแย่ว่ะ
    ไม่รุทำไมเหมือนกาน
    หนักจายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ก็ได้แต่บ่นว่ะ
    ทำอะไรก็ไม่ดีขึ้นซักอย่างอ่ะ
    เหอ
    ตอนนี้ปี3 แล้ว
    ใกล้จาจบแล้วเหลืออีกปี
    แต่งานเยอะไม่ไหวอ่ะ
     
    อ่อเกรดเทอมที่แล้ว
    ห่วยชะมัดเลย
    ไม่มีเอมาช่วย
    แต่ดันมีหมาประจุมาหนึ่งตัว
    ไม่ไหวๆๆๆๆ
    ไม่มีรายอัพแล้วอ่ะ
    เออไว้วันหลังแล้วกาน
    ทำงาน
    เด๋วก็ไปเรียนเกาหลีอีก
    เหอ เรียนห่วยแตกชะมัด
    จำศัพท์ไม่ค่อยได้
    อ่านไม่ค่อยทัน
    เงินก็ไม่เหลือเลย
    เกี่ยวอารายฟ่ะเนี่ย
    ช่วงนี้เปนเหี่ยรายค่ะ ห่วย
     
    August 08

    อรุณสวัสดิ์

    งง ช่ายป่ะหล่ะ ว่าทำไมเราถึงตั้งชื่อว่า อรุณสวัสดิ์
     
    เพราะตอนนี้เนี่ยเรากะลังอยู่ในโหมดของยาม
     
    ที่ต้องอยู่ตอนกลางคืนทำงาน 20.00
     
    และตอนเช้าหลัง 08.30 ก็นอนหลับ
     
    ทำงานตลอด 12 ชั่วโมง
     
    เปล่าดิ ต้องบอกว่า
     
    ไม่ได้นอนตลอด 12 ชั่วโมง
     
    ตอนนี้เรากะลัง make money อยู่
     
    ด้วยการที่ตอนนี้เราขาดทุนทรัพย์อย่างแรง
     
    เราจึงต้องมาเป็นอาสาสมัคร หรือ volunteer
     
    กีฬามหาวิทยาลัยโลก
     
    ชีวิตและหัวใจตุ้มต่อม ตลอดเวลา
     
    ไหนจะเรื่องที่ทำงาน
     
    จะได้ทำหรือไม่
     
    เพราะตอนนี้กะลังมีปัญหา คือคนที่ฝ่าที่เราทำ
     
    มานเยอะเกินไป
     
    จำเป็นต้องปลดออก
     
    ตอนนี้เลยไม่รุว่ามานลูกพี่หรือลูกคน
     
    เศร้าเจง
     
    แต่อีกเรื่องก็คือ หัวใจเบิกบานเมื่อได้
     
    เจอชายหนุ่มจากประเทศต่างๆ
     
    ตามเอกสารประวัติที่ส่งมา
     
    ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น แคนนาดา
     
    ต่างโดนจายมากหลาย
     
    ต้องไปเชียร์กีฬา ฮูเล ฮูเล่
     
    เอาหล่ะมาเล่าบรรยากาศในตอนนี้ดีกว่า
     
    ตอนนี้เวลา05.15 น.
     
    ใกล้เช้ามากๆแล้ว
     
    เราอยู่ ณ ห้อง ปฏิบัติงานของ cic
     
    (เป็นเจ้าหน้าที่ของ fisu เนี่ยแหละ)
     
    ในเกือบทุกวันนี้
     
    เราต้องมาปฏิบัติหน้าที่ในห้องนี้ประจำ
     
    ทำให้เราแวปเข้ามาเล่นเนตซักหน่อย
     
    เวลาได้เล่นเนตทีไรมานต้องเกือบเช้าทุกที
     
    แล้วจามีแมวตัวไหนมาคุยกะเราฟ่ะ
     
    อ๋อ...ลืม
     
    บรรยากาศช่ายป่ะ
     
    ห้องอันเงียบสงบ
     
    หลังจากที่ได้ทำงานมาตลอด ตั้งแต่เวลา 20.00
     
    จนมาถึงตอนนี้
     
    เสดงานกานแล้ว เหอะๆๆๆ
     
    ห้องเงียบจนทำให้ได้ยินเสียงของแอร์
     
    2 เครื่องที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
     
    และเสียงคลิ๊กเม้าส์ของหลายๆคน
     
    55+ มานั่งเล่นกานหมดเลย
     
    เกือบทุกคนจะมีถ้วยมาม่าเป็นของตัวเอง
     
    นั่งกินตอนเล่นเนี่ยแหละ
     
    ช่างสุขอารายเช่นนี้
    เวลานี้ เหมือนเรากำลังนั่งคอยอาทิตย์ส่องแสงอีกครั้ง
     
    อีกไม่กี่อึดใจ
     
    ทำไงดีตอนนี้ง่วงนอนนะเนี่ย
     
    แต่ทำไงได้ ในเมื่อมาทำงาน ก็ต้องทำให้ดีที่สุด
     
    จะให้ใครมาว่าเราไม่ได้นะ
     
    ถ้าไม่ไหวก็คงงีบ
     
    แต่ก็บอกแล้วไงว่าจะไม่หลับ
     
    อยากโทรหา หม่า ม้า จังเลยอ่ะ
     
    ตอนนี้ก็คงตื่นแล้วช่ายม่ะ
     
    เอาไว้หลังๆ จาโทรไปหาดีกว่า
     
    บ่นหน่อยจ้า
     
    -เพิ่งรุว่าการทำงานเนี่ยมานเหนื่อยมากเลยนะเนี่ย
     
    - การทำงานกับคนอื่นนี่มานลำบากเหมือนกาน
     
    -การที่ทำงานกับไอ่...ที่อยู่ช้างพี่จี๋ เนี่ยมานน่ารำคาญ
     
    กูไม่ชอบมึงเลยว่ะ
     
    -ง่วงนอน ตอนก่อนมาทำงานทุกที
     
    -เหนื่อยล้า อ่อนแรง
     
    -สู้ๆ
     
    -กูจาได้ทำงานต่อม่ะเนี่ย
     
    - เมื่อไหร่กูจาได้สอนพิเศษ
     
    -เมื่อไหร่เงินกูจะหยุดกรอบซะที
     
    -ถ้าจบงานนี้แล้วจาได้เจอพี่ๆและเพื่อนๆที่ทำงานด้วยกันอีกอ่ะเป่าหว่า
     
    -ถ้าไม่เจอกาน บอกได้เลยว่าคิดถึงเน้อ
     
    -พอหล่ะจบ
     
     
     
    July 18

    SJ TRUE

    สวัสดีค่ะ
    สำหรับผู้ที่มีชีวิตรอดและผู้ที่รอดชีวิต
    มานเหมือนกานรึเปล่าอานนี้ไม่แน่ใจ
    ลองไปอ่านปรัชญาหรือถาม อ. ดนัย ได้ค่ะ
     
    งานที่ผ่านมานะค่ะ
    ไม่อยากจะบ้าก็บ้า ไม่อยากจะคลั่งก็คลั่ง
    SJ มาไทยค่ะ
    มาคอนเสิร์ตฟรีด้วยค่ะ เหมือนงาน seed เลย
    แต่อานนี้ไม่อยากจะบอกอ่ะค่ะว่า
    เล็กกว่า กิ๊กก๊อกกว่าเยอะ
    เวทีเนี่ยแทบจะบรรจุหนุ่มๆทั้ง 11 ไม่ได้เลยทีเดียว
     
    ทางด้านหน้าของเวทีดิฉันไม่อยากจะอธิบายเอง
    เพราะไม่ได้ประสบด้วยตัวเองจะว่าโชคดีหรือเปล่าก็มิทราบได้
    คือว่าจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้
    คือผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นี้ ได้กล่าวว่า
    "มึงเคยรู้จักคำว่าตายมั๊ย"
    เนี่ยกูรู้สึกได้ว่ากูกำลังจะตาย
    แล้วนึกถึงพายเรือไปในฟองคลื่นได้ป่ะ
    (งานของเด็กเจซีค่ะ)
    คูณล้านเข้าไปนั่นแหละ
    ทำให้ดิฉันรุสึกดีที่ว่า ดิฉันไม่ต้องพจญกะฟองคลื่น
     
    ทางด้านดิฉันเองที่ไม่ได้เข้าไปในเวที
    เพราะว่าพาเพื่อน ที่เปนแฟนคลับ Tattoo color
    ก็คืออิปอนด์เนี่ยไปขอถ่ายรูปด้วย
    ต่อจากนั้น ก็เดินไปเดินมาเจอกะ
    พีเค เพื่อนดิฉันอีกคนก็ชอบคือไอ่เฟิร์นนั่นเอง
    เลยขอถ่ายรูปเดินไปเดินมาอีกก็เจอกับ
    ตู่ แสตมป์ แชมป์ คัตโตะ
    เพื่อนดิฉันเลยขอถ่ายรูปอีก
    ซักพักอิฉันและเพื่อนก็ได้เหลือบไปเหนขบวนแถวรับเสด็จ
    ที่เหนแล้วยังคิดว่าคงใกล้จะมาแล้ว
    สาวก SJ มายืนรอกานเพียบ
     
    ตอนแรกพวกเราก็ว่าจะเข้าไปในงานอยู่แล้วเชียว
    แต่ในเมื่อเค้าจามาแล้วก็รอรับด้วยเลยแล้วกาน
    เผื่อจะได้ดูอยู่เหนใกล้ๆ
    โห...รออยู่นานมาก ก็ยังไม่มา
    จน nice 2 meet u ขึ้นแล้วก็ยังไม่มา
    เพื่อนที่รอต่อคิวให้ก็คือไอ่โจ้เนี่ยก็เดินมาหา
    เพราะว่า4หนุ่มที่กล่าวมานี้พอขึ้นเวทีแล้ว
    แถวที่ต่อเพื่อเข้าสู่ลานเวทีกลางกลับแตกออก
    เหมือนอะตอมที่ถูกนิวตรอนยิงเข้าใส่ยังไงยังงั้น
    พอเสดแล้วก็เลยมายืนรอด้วยกานซะเลย
    จนโฟร์-มดร้องจบ
    ซักพักรถคันใหญ่โตมโหฬาร คันสีแดง
    ก็แล่นมาตรงหน้า โหย...
    ในใจคิดว่าจะเหนมั๊ยนะ ลุ้นอยู่ลึกๆ
    เค้าเอารถคันใหญ่ทั้งคันขับผ่านหน้าไป
    ไปจอดอยู่หลังเวที แบบว่า
    วิ่งขึ้น-ลงเนี่ยไม่ยากเลย
    แบบว่าแฟนคลับเข้าถึงตัวยากมาก
    อ่ะมาช็อตที่รถผ่านหน้า
    ดิฉันเห็นค่ะ เห็นเต็ม 2ตา เลยว่า
    คิบอม กะซีวอนอยู่ตรงหน้าเลยแบบว่า
    รถจอดแช่นานมาก
    แบบว่าเหนแล้วจะละลายเลย
    เหอโคตรหล่อค่ะ ไม่ไหวแล้ว
     
    พอรถเข้าไปจอดข้างหลัง
    ดิฉันและเพื่อนๆก็เลยตัดสินใจว่าจะไปดูหน้าเวที
    แต่ด้วยโชค หรือ เคราะห์มิทราบได้
    คือพวกเราไม่สามารถเข้าไปได้เลยแม้แต่น้อย
    พวกเราอดดูการแสดงของพวกเค้าเลย
    แต่เราก็ไม่ต้องไปตาย เวียนว่ายกะฟองคลื่น
     
    พวกเราเลยไปเตรียมการรอเพื่อจะได้เจอเห็นเค้าอีก
    อ่อลืมบอกไปว่ามี อาของเฟิร์นไปด้วย
    ก็ไปยืนรอกานบนตึกเผื่อจะได้เหน
    แล้วก็ไม่เบียดกะคนอื่นด้วย
     
    คราวนี้ก็คิดว่าคงได้เหนอย่างชัดเจนอีกครั้ง
    และคงได้เหนพ่อยอดชายของฉัน
    ป๋าฮันน่านเอง
    และแล้วงานก็จบ คือพวกเค้าร้องเพลง 3 เพลงจบ
    ก็วิ่งขึ้นรถถอยหลังออกไปทันที
    ดิฉันเหนค่ะ
    เหน ด๊อง กะทึกกี้ นั่งอยู่หน้าสุด
    แต่ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเหนผ้าม่านสีฟ้า ทั้งหมดคันรถด้านคนขับ
    นี่ฉันจะไม่เจอที่รักฮันเหรอเนี่ย
    ไม่จริง
    จนที่สุด เฟิร์นก็บอกให้เราวิ่งตามรถไป
    เพื่อจะได้ถ่ายรูปด๊องของเฟิร์น
    เราก็เลยวิ่งไปด้วย ตามไปดูอ่ะแหละ
    เพราะว่าดิฉันเองก็อยากเจอป๋าเหมือนกาน
    แต่ก่อนนั่นฉันยืนอยู่หน้ารถ
    เหนด๊องหน้าเครียด
    แบบจิงจังอ่ะ ไม่คิดว่าจะเครียดเลย
    แต่ก็นะไม่รุเหมือนกานในตอนนั้นว่าเครียดเรื่องอาราย
    หรือเค้าไม่พอใจพวกแฟนคลับนะ
    ไม่จิง ต่อมา
    เลยเสี่ยงดวงวิ่งไปอีกข้างนึงของตัวรถ
    เพื่อไปเจอป๋า
    เจอก็ดี ไม่เจอก็ไม่เปนราย
    แต่แล้วเมื่อหันขึ้นไปมองอีกด้านนึงของรถแล้ว
    เจอเลยค่ะ
    ป๋าฮัน ที่รักของฉาน
    และ คิบอม นั่งหน้าป๋าฮัน
    สุดยอดค่ะ หล่อมากมาย
    ไม่ไหวแล้ว... และแล้ว รถก็ลาจากเราไป
     
    ไปไหนเหรอค่ะ
    ก็ไปอิมแพคค่ะ
    อิจฉาจังเลยที่พวกนั้น ก็ af4 อ่ะ
    ได้อยู่ใกล้กะ SJ อ่ะ
    แต่ก็นะ แค่นี้ก็ดีแล้วค่ะ
    แล้วจะติดตามผลงานของที่รักทั้ง
    SJ และ  TVXQ
     
    ถ้ามีคอนเมื่อไหร่ ดิฉันและเพื่อนก็คงตามๆกันไปค่ะ
    อย่างแน่นอน
    เลิฟ ยู จัง เหอะๆๆ
     
    นี่คือประสบอีกหนึ่งที่เด็กต่างจังหวัดอย่างเราเอง
    ถ้าไม่เข้าเมืองคงไม่มีทางได้สัมผัสถึง
    อานุภาพแฟนคลับค่ะ
    May 13

    1 เดือนผ่านมา

    วันเวลาค่อยๆ เดินทางผ่านไปเรื่อยๆ
     
    สิ่งต่างๆรอบกายมีทั้งเปลี่ยนแปลง
     
    และคงสภาพ
     
    สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคงเปนสถานการณ์ประจำวัน
     
    ที่มีให้เรามาแก้ปัญหาเรื่อยๆ
     
    มีทั้งความสุข เสียงหัวเราะ
     
    หรือแม้แต่รอยน้ำตา
     
    สิ่งที่เราไม่เคยได้เหน เรากลับได้เหน
     
    สิ่งที่เราคิด ก็ไม่เปนอย่างที่เราคิดเสมอไป
     
    ทุกๆวันในวันนี้ เปนวันที่ดี
     
    มีเรื่องราว มีสิ่งที่ให้ทำทุกวัน
     
    ไม่รุว่าชีวิตแบบนี้จะมีได้อีกเมื่อไหร่
     
    หรือมันจะไม่มีอีกแล้วนะ
     
     
    หลายวันที่ผ่านมา
     
    ปัญหามีทุกๆวันไม่จบสิ่น
     
    ไหนจะเรื่องการแสดงบนเวทีรับเพื่อนใหม่
     
    ไม่รุเมื่อไหร่เราจะมีความสำคัญเท่ากับหลายๆชุมนุมบ้าง
     
    เมื่อคำที่แท็บพูด
     
    "เราควรจะโกรธ หรือว่าหันมาสำเนียกตัวเอง"
     
    แต่อย่างน้อยๆไม่รุดิ
     
    หากเปนเราหรือใครก็ต้องโกรธ
     
    แต่พอเวลาผ่านไปก็คงคิดว่าช่างมันเถอะ
     
    เราดีที่สุดในความคิดของเรา
     
    คนในครอบครัวโฟล์คก็พอ
     
    เพราะเราเชื่อว่าไม่ว่าใครก็ต้อง
     
    ภูมิใจและดีใจที่ได้มาอยู่ในโฟล์ค
     
    ดูง่ายๆ เราก็ภูมิใจที่มีรุ่นพี่เก่งๆ
     
    ทั้งพี่โน๊ต พี่ปอม ที่เปนนักร้อง
     
    พี่มิน ที่เทพกีต้าร์
     
    พี่ต้อมเซียน เปอร์
     
    ยังไงมนก็เชื่อว่าอย่างน้อยก็ต้องมีน้องๆ
     
    ที่ปลื้มรุ่นพี่แบบที่มนเปนเหมือนกัน
     
    1เดือนแล้วที่เราอยู่ด้วยกัน
     
    ดนตรี เพลงที่ฉันรัก
     
    ทุกอย่างมีการเริ่มต้น
     
    พัฒนา และอีกไม่นาน
     
    มันก็จะได้แสดงให้คนอื่นได้รับรู้
     
    ว่าพลังของเราและเสียงดนตรี
     
    มีเสน่ห์แค่ไหน
     
    เราไม่รุว่าตัวเราเองดีแค่ไหน
     
    เราอาจยังไม่ดีพอ ในสายตาเรา
     
    แต่หลายเสียงก็คอยให้คำปลอบใจ
     
    ให้ความคิดใหม่ๆ ไม่ให้โทษตัวเอง
     
    ไม่โทษสิ่งที่มีติดตัวมาแต่เกิด
     
    ควรพอใจ และหาข้อดีในตัวเอง
     
    ขอบคุณกับคำปลอบใจหลายๆอย่าง
     
    และท้ายสุด
     
    เมื่อวานได้คุยกะแม่
     
    คิดถึงแม่จังเลยนะ
     
    ขอบคุณที่เข้าใจว่าลูกคนนี้ต้องการอะไร
     
    ไม่เคยขัด
     
    ขอโทษที่นู๋ใช้เงินเปลืองนะ
     
    แล้วก็ยังไปบ่นกะแม่อีก
     
    เดือนหน้านู๋จาประหยัดค่ะ
     
    ขอบคุณที่เปนห่วงนะค่ะ
     
    เพลงนี้ก็เปนเพลงสุดท้าย
     
    ของชุมนุมโฟล์คซองแล้วนะคับ
     
    อยากให้เพื่อนๆได้มายืนอยู่ตรงนี้ด้วยกัน
     
    ที่ตรงนี้มันสุดยอดมากครับ
     
    มาอยู่ด้วยกันนะคับ...
     
    "อดทนเวลาที่ฝนพรำ
     
    อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง"
     
    ....
     
    ขอบคุณเสียงดนตรีที่ทำให้เราได้มาพบกัน
     
    ขอบคุณครับ
     
     
     
     
     
     
    April 09

    เป็นเอามากเลยนะเนี่ย

    ก็เมื่อกี้เนี่ย ได้ไปเปิดไดของสาวผู้หนึ่ง
     
    ที่คลั่งไคล้ และชื่นชอบมิคกี้ แห่งวงทงบังชินกิ
     
    ซึ่งก็เหมือนตัวฉันเอง ที่ก็ชอบมากเช่นกัน
     
    แต่ก็คงไม่ถึงกับหญิงสาวผู้นั้นหรอก
     
    แต่ก็นะ ที่เอามาเขียนเพราะรู้สึกว่า
     
    เค้าเป็นเอามากจริงๆ
     
    ถึงเอาเก็บไปฝันเป็นตุเปนตะได้
     
    ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเดียว หรือเพียงค่ำคืนเดียว
     
    แต่นี่เล่ามาเกือบเป็นสัปดาห์แล้ว
     
    (ขอโทษนะที่เอามาพูดถึงอ่ะจ๊ะ)
     
    มันก็ดูตลกดีนะ ที่เราเอาเรื่องความฝันที่น่าประทับใจ
     
    มาเขียนลงในไดออนไลน์
     
    เพราะอะไรเหรอ อันนี้คงมีหลายเหตุผล
     
    หากเป็นฉันเอง ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกานว่าจะเขียนลงที่ไหนดี
     
    อยากเอาไปฝันมั่งอ่ะ
     
    อยากมีความรักกะมิคกี้
     
    ดูฝันเฟื่องม่ะ
     
    มันก็ช่ายแหละ
     
    เมื่อวานนี้ก็เหมือนทุกๆวันที่อยู่ที่หอ
     
    นอนหลับ ตื่นขึ้นก็กิน
     
    กินแล้วก็นอน เหอนี่แหละชีวิต
     
    แต่อย่างน้อยเราก็มี ซีรี่ นั่งดู
     
    เปนซีรี่เกาหลีสนุกมากเลย
     
    เป็นเรื่องเกี่ยวกับนาริม
     
    สาวน้อยที่ความทรงจำเลื่อนหายไป
     
    เพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
     
     ทำให้เสียชีวิตทั้งครอบครัว
     
    เหลือเพียงตัวเธอเท่านั้นที่รอดชีวิต
     
    และเธอเพียงผู้เดียวที่รู้ว่า
     
    ใครคือ ฆาตรกรที่แท้จริง
     
    ครอบครัวปลอมๆจึงถูกสร้างขึ้น
     
    เปนครอบครัวที่ไม่น่าจะรวมตัวกันได้
     
    โดยมีคุณปู่ นักสอนเต้นรำ
     
    คุณย่าสกปรก ซกมก
     
    คุณพ่อที่ไม่ค่อยได้ความเท่าไหร่
     
    คุณแม่ขายกาแฟ ออกจะใช้เงินเปลืองด้วย
     
    และไม่ถูกกะคุณย่าซักเท่าไหร่
     
    คุณอา(พระเอกของเรา)ที่เป็นนักเลงหัวไม้
     
    พี่ชายคุณกงมิน ที่แต่งตัวได้...จรืงๆ
     
    รับบทโดยฮีชอนค่ะโหะๆๆ
     
    พี่สาว (นางเอกของเรา)ที่ไม่เคยกลัวใครซะด้วยซิ
     
    เรื่องราวผ่านไปมากมาย
     
    ในที่สุดครอบครัวก็คือครอบครัวอยู่ดี
     
    ถึงจะไม่ใช้สายเลือดเดียวกัน
     
    เพราะการที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน
     
    มันก็ต้องผูกพันกันเปนธรรมดา
     
    หากมานึกๆดู ก็เหมือนกับโหลค์เรานั่นแหละ
     
    ที่อยู่ด้วยกันจนกลายเป็นครอบครัว
     
     ถึงเราไม่ได้ถูกจ้าง แต่เราก็โดนเรียกร้องจากเสียงดนตรี
     
    หง่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
     
    ยังร้อง by chance ไม่ได้เลย
     
    ยากจังฟ่ะ
     
    เซง*-*
     
     
    March 18

    summer time

    ตอนนี้ก็เปนช่วงเวลาปิดเทอม
    มีคนหลายคนคงอาจจะผ่านมาและผ่านไปกะสเปซนี้
    คงรุสึกว่าไม่มีอารายเปลี่ยนไปเลย
    นอกเสียจากมิวสิคบล็อคเท่านั้น
    วันนี้ก็เลยถือโอกาสอัพ
    ทั่งๆที่ไม่รุจาอัพอาราย
    ช่วงซัมเมอร์นี้คงเปนช่วงที่น่าเบื่อของใครหลายๆคน
    เพราะไม่รุจาทำอารายอ่ะซิ
    บางคนก็เรียนซัมเมอร์
    บางคนก็ไปเที่ยวกัน
    แต่ชีวิตเด็กโฟล์ค
    ก็คงไม่ได้ต่างมากเท่าไหร่
    เพียงแค่เรามีอารายทำมากกว่าคนอื่น
    อาจจะต่างบ้างเล็กน้อย
     
    ชาวโฟล์คเองนั้นก็มีตารางเวลาที่เที่ยวเหมือน
    นักศึกษาทั่วไป
    แต่หากจะต่างตรงที่
    เดือนเมษา-พฤษา
    ก็ต้องซ้อมร้องเพลง
    ซ้อมการแสดงงานรับเพื่อนใหม่
    เจอหน้ากันจนเอียนกันไปข้างนึง
    แต่นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด
    ที่เราจะได้เจอกับเพื่อนแท้
     
    เพราะการได้อยู่ร่วมกันนานๆ
    ท่าแท้ของแต่ละคนจะค่อยๆเผยออกมา
    ใครทนได้ก็ให้มันรุไปดิ
    มันทำให้รุว่าใครปากร้าย
    ใครขี้งอน ขี้น้อยใจ
    ใครขี้แย ใครติ๊งต๊อง
    เป็นต้น
    เพราะการที่เราจะร้องเพลงในงานรับเพื่อนใหม่
    อย่างน้อยเราก็ต้องได้รับการคอมเม้นจากเพื่อนๆ
    ก่อนที่จะไปสู่สายตาน้องๆ
    และนี่แหละคือจุดที่ทำให้ใครหลายๆคนได้พัฒนา
     
    เด็กโฟล์คใช่เพียงแต่คร่ำเครียดเรื่องร้องอย่างเดียว
    แต่หากก็มีช่วงเวลาเที่ยวเช่นกัน
    เมื่อปีที่แล้วตัวเราเองก็มีโอกาสได้ไปกะเค้าด้วย
    ทริบไปเที่ยวเชียงใม่ เชียงราย
    ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
    แต่ในปีนี้ น่าเสียดายมากๆ
    เตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อย
    แต่เกิดเหตุขัดข้องเล็กน้อย
    เลยย้ายที่เที่ยว
    แต่ว่างานนี้เราคงไม่ได้ไป
    เพราะกลัวติดอารายหลายๆอย่าง
    และอีกเรื่องคืออยากกลับบ้าน
    ไม่รุว่าเพื่อนจาโกดมากแค่ไหนแต่ก็ต้อง
    กราบขอโทษมา ณ ที่นี้อย่างสูง
    อย่าโกดการเลยนะ
    อย่างอน อย่าน้อยจาย
    พอเหอะ จากที่ไม่โกด อาจจะโกดก็ได้นะเนี่ย
    ไม่รุจาพูดอารายแล้ว เออ
    เรื่องต่างๆมากมายก็วนเวียนอยู่แต่โฟล์คว่ะ
    เหอ ตัดไม่ขาด
    ปีนี้ไม่รุจาได้กลับสงการอ่ะเป่า
    โหะๆๆๆ เบลล์ต้องคิดถึงมนแน่เลย
    เหอะๆๆๆๆ
    ไงก็จาพยายามนะ
     
    สุดท้ายนี้............
    รักมิคกี้ยูชอนสุดๆๆๆค่ะ
    อ่อ อย่าน้อยจายนะ ฮันเกียง รักเหมือนกานจ้า
    December 29

    n3w y3al2 v3l2. 2

    อ้อ...จาปีใหม่แล้วนะ
    อยากให้สิ่งแย่ๆผ่านไปแล้วลืมมันจังเลย
    แต่ไม่รุจาทำได้ไหม
    ในเมื่อวันนี้มันไม่มีเรื่องดีดีเกี่ยวกับเบลล์ไว้ให้จำอีกแล้ว
    มนขอโทษนะที่ไม่โทรไปหาเบลล์
    มนขอโทษที่จาลืมเบลล์แล้วล่ะ
    สิ่งที่เบลล์ทำมนรับไม่ได้จริงๆ
    แต่เบลล์จาเพื่อนมนอยู่นะ
    ถึงแม้ว่าเบลล์อาจจะเกลียดหรือโกรธมนแล้วก็ตาม
    ไม่เปนไร...เชิญ (ฉันไม่แคร์)
     
    ตอนนี้อยากบอกว่าคิดถึงมากๆเลยนะ ม่าม้า
    คิดถึงสุดๆเลย อยากกลับบ้านนะ
    แต่ไม่มีตังอะ มันก๊ผิดที่นู๋เองแหละ
    ใช้เงินเปลือง(แย่จริงๆเลยเรา)
    แล้วก็คิดถึงเฮียนะ แล้วก็พี่อิม น้องพลุนะฮับ
    เฮียต้องทำตัวเปนผู้ใหญ่ คิดเยอะๆหน่อยนะเป็นห่วง
    ขอบ่นหน่อย อย่าพูดมาก ซ้ำซากได้ไหมค่ะ
    รำคาญค่ะ รุนะว่าหวังดี
    แต่ไม่ไหวเจงๆอ่ะ
    พี่อิมก็มีความสุขกะงานที่ทำนะค่ะ
    น้องพลุก็เปนเดกดีนะ
    เอาไว้อาโกวจะซื้อของไปฝากนะ
    ตั้งจายเรียนล่ะ
    ปีนี้จาเข้าเรียนแล้วนะ
    ร้องไห้ไม่ยอมไปแน่เลย
    แล้วก็เจ๊
    ดูแลตัวเองดีดีอะ
    อยากจาบอกเจ๊ว่าคิดถึงนะ
    แต่ก็เบื่อและไม่อยากพูดทุกวันมันน่ารำคาญอะ
    ขอโทษนะถ้าพูดแรงเกินไป
    เอาไว้นานๆค่อยพูดแล้วกัน
    ต่อมาก็มู๋เดียร์
    มีความสุขมากๆนะ
    ฉันไม่ได้ลืมแกนะเว่ยแต่มันไม่ค่อยมีเวลาแอนมันนั่
    แต่ก็คิดถึงแกนะแล้วก็นิก
    มีความสุขนะจ๊ะ
    ทั้งคู่เนี่ยมีแฟนซักทีนะ
    ถ้ามีแล้วบอกกรูด้วย
    ไม่บอกพวกเมิงตายๆๆๆ
    เหอะๆๆ ล้อเล่น
    แล้วก็อาโกวกะเจ๊แมวมีความสุขมากๆนะค่ะ
    คิดถึงเสมอนะ
    ไม่ค่อยได้โทรแต่ก็รักทั้งคู่นะค่ะ
    ไว้นู๋จาไปหาที่เชียงใหม่นะ
    แล้วก็อาเหล่ากิ๋ม
    คิดถึงจังเลยค่ะ
    มีความสุขมากๆนะค่ะ
    น้องมนจาพยายามลบคำสบประมาทของคนอื่นๆ
    ที่ดูถูกนู๋กะแม่นะคะ
    อ๋อ...คิดถึงอากู๋หนันซัน อี๊หลี่กุง ซวงๆ ฮั่นๆ มากๆเลย
    ไม่เจอกันตั้งนาน
    เอาไว้นู๋มีเงินเยอะๆ จาไปหานะค่ะ
    wo hen xiang nian ni men
    hen jiu pu jian
    ke shi wo you hen duo qian
    wo yao qu Tai Wan jao nin ne
    คืดถึงพี่อ้นด้วยนะคะ
    อย่าน้อยจายหละ
    มนต่างหากที่ต้องน้อยใจ
    ไม่ยอมโทรมาแล้วยังบอกให้เค้ารอโทรสับด้วย
    จายร้ายเจงๆเลย
    ปีใหม่มีความสุขมากๆนะคะ
    ถ้าไม่มีแฟน จีบมนได้นะเหอะๆๆ ว่างๆๆๆ
    แล้วก็ใบเฟิร์น แท๊บบี้ มนัส(กูโกดเมิงแล้วไม่อยู่ปีใหม่กะกู)
    ไอ ปอน กร โบ บอล บอม โจ้ น้ำหวาน พี่โน๊ต พี่ปอม
    บี สิตางค์ ไหม เอิง เอย
    มีความสุขมากๆนะ
    และคนอื่นๆ มายโฟล์คซองด้วยนะคะ
    อยู่กะกรูตลอดไปนะ

    n3w y3al2

    เหอ...วันนี้นะค่ะ ก็นับถอยหลังอีกไม่กี่วันก็จะกลายเป็นวันปีใหม่
    ตอนนี้ก็มานั่งเล่นเนต อัพสเปซกันอีกรอบ
    นานๆจาได้มาอัพซะที ทั้งๆที่ก็ไม่ค่อยมีอารายมาอัพ
    ถึงมีนะก็จำไม่ค่อยได้ เพราะว่าอารายที่มานผ่านเข้ามา
    อีกวันมันก็ผ่านออกไป
    แต่มีอยู่เพียงไม่กี่สื่งที่ยังคงจำได้ และฝังอยู่ในหัวเรา
     
    ช่วงนี้โฟล์คซองมีแต่ไออุ่นที่อบอวลไปด้วยความรัก
    ที่คนรักหลายๆคู่ที่มอบให้กัน ช่างน่าอิจฉาเสียจริง ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็มีพรสวรรค์ในด้านที่ถนัดของตัวเอง
    แต่ก็สามารถมาบรรจบกันได้ และคนที่เปนแฟนกันก็ต้องคอยปกป้องคนที่ตนรักนั่นเอง
    ถึงแม้คนที่ไม่คู่รักในโฟล์ค เราก็ต้องปกป้อง และหวงแหนความเป็นโฟล์คของเราไว้ได้เหมือนกัน
    ถึงแม้ว่าโฟล์คซองเราเองจาดังเพียงใดก็ตาม แต่เราก็ไม่เคยถือตัวกันเลย
    มีแต่จะคอยปรับปรุงตามขอติต่างๆ ในทุกๆ ยามวิกาล ชาวโฟล์คไม่เคยหลับใหล
    คอยแต่นั่งร้องเพลง เล่นดนตรี และพูดคุยถกปัญหากัน อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย
    และความสำเร็จ ก็ก่อตัวไปพร้อมกับความรักค่ะ
     
    ก่อนอื่นเลยนะค่ะ ขอมาเล่าถึงบรรยากาศได้การสอบก่อนเลยค่ะ
    ในการสอบ มิดเทอม คราวนี้เนี่ย ชิวกว่าปีที่ผ่านมาค่ะ
    เพราะอารายเหรอค่ะ ก็แต่ละตัวเนี่ยค่ะ...
    ไม่มีอารายให้อ่านเลย อย่างเช่น ภาษาไทนนะค่ะ
    เข้าไปสอบเขียนความเรียงอยู่ 2 เรื่อง ภายในเวลา 2 ชั่วโมง
    แล้วมันจะมีอารายให้อ่านล่ะค่ะ
    แต่ถึงว่ามันจะเปนอารายที่ชิวสำหรับดิฉันหรือแม้แต่เพื่อนดิฉันเองเนี่ย
    แต่มันกลับทำร้ายดิฉันค่ะ(ข้างบนคือตัวอย่างข้อสอบค่ะ และนี่คือบทที่ฉันพึ่งประพันธืเพื่อสกัครู่นี่เอง)
    เพราะว่าดิฉันเนี่ยนะค่ะ ไม่มีความสามารถทางด้านการเขียนแม้แต่น้อยเลยค่ะ
    มันช่างแย่เสียจริง เกรดภาษาไทยดิฉันจาออกเปนหมาหรือแมวกันล่ะค่ะ
    ช่างน่าเศร้า แต่เรื่องที่น่าเศร้ากว่านั้นนะค่ะ
    คือว่าเพื่อนดิฉันเองเนี่ย(ไม่ได้ด่าหรือว่านะค่ะแต่ขอกล่าวถึงเพียงเล็กน้อย)
    น่าเศร้าเสียยิ่งกว่าเนื่องจากแอดใบฟ้าเกินก็เลยไม่ได้เข้าสอบ
    ทั้งๆที่ก็เรียนด้วยกันมาตั้งครึ่งเทอมแล้ว ตอนไปสอบก็เพิ่งได้รู้ความเปนจริง
    ว่าไม่ได้สอบแล้ว อันนี้คงน่าเศร้ากว่าเรื่องของดิฉันอีก
     
    ผ่านไปนะค่ะสำหรับสอบตัวแรกของดิฉัน ภาษาไทยในภาคเที่ยง
    ตอนนี้มาถึงภาคกลางคืนค่ะ มีเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวและน่าตื่นเต้นอีกแล้วค่ะ
    คือ แหล่งข่าวได้รายงานว่า มีกลุ่มก้อนเมฆดำทมิฬ เข้ามาปกคลุม ณ บริเวณห้องโฟล์ค
    ประจำที่ noc c 9 พายุไต้ฝุ่นพัดถาโถมโหมกระหน่ำ พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก
    โอ๊ย...ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ คือว่า ดิฉัน มนัส เฟิร์น ปอน และน้องๆ ได้นั่งอยู่ในห้องโฟล์คค่ะ
    แล้วก็เกิดเหตุขึ้น ทันใดนั้น สาวหวาน แท็บบี้ได้ก้าวย่างเข้ามาในห้องโฟล์ค และได้ถามถึง i pod
    ซึ่ง i pod เจ้ากรรมเนี่ยในช่วงสอบได้อยู่ในมือมนัสและมันก็จรลีหล่นที่ใดมิทราบได้
    หายไปจากโสตการรับรู้ของมนัสไป โอ้วแม่เจ้า มันกลายเป็นเรื่องเลยค่ะ
    สาวหวานอย่างแท็บมีเงาดำคลืบคลานมาอยู่ข้างหลังและทันใดนั้น
    เธอก็ได้เขวี้ยงของออกจากมือเธอ ไปโดนแฟนหนุ่มของเธอ และน้ำตาก็พรั่งพรูออกมา
    โอ้ว...แต่อย่าตกใจไป มันไม่มีอารายเกิดขึ้นที่ร้ายแรงหรอกค่ะ
    แต่ถึงอย่างไรทั้งคู่ก็ยังคุยกันได้เป็นอย่างดีค่ะ
    แหล่งข่าวยังได้รายงานมาอีกว่า ทั้งคู่ต่างออกตามหาและปิดป้ายประกาศในคืนนั้นทันที
    .....มันช่างแย่เสียจริง..........
     
    ในตอนรุ่งเช้าของวันนี้นี่เอง ดิฉันได้ล้างหน้า แปรงฟันคือทำธุระของตัวเองเรียบร้อยแล้ว
    ทันใดนั้นเสียงโทรสับของ ญ สาวเฟิร์น ก็ดังขึ้น
    และนั้นคือเสียงมนัส เธอโทรมาบอกทางเราว่าเจอแล้วอยู่ที่ห้องสำนักงาน มีแม่บ้านเก็บได้
    ดิฉันได้ยินดังนั้น จึงรีบไปปลุกเฟิร์นในทันที นี่คือเรื่องน่ายินดี และ happy ในตอนเช้าค่ะ
    เราทั้งคู่เลยตื่นเช้าเพื่อมาเอา i pod เจ้ากรรม และเพื่อมาอ่านหนังสือในทันที
    อยากรุไหมค่ะว่าทำไมดิฉันถึงต้องตื่นเช้ามาอ่านหนังสือกัน หรือว่าดิฉันเป็นห่วงของๆเพื่อนมากเกินไป
    เลยรีบอยากจะเอามาไว้ที่ตัวเอง เออ..คือประเด็นหลังเนี่ยไม่ใช่ค่ะ คือ พอดิฉันทราบข่าวว่า i pod นั้นยังอยู่ดี
    ดิฉันแทบจะล้มตัวลงนอนอีกรอบเลยทีเดียว
    แต่ด้วยเหตุผลก็คือ ดิฉันยังไม่ได้อ่านหนังสือค่ะ เหอะๆๆ วันนี้คือวันสอบของดิฉันอีกหนึ่งวันนั่นเอง
    ก็ทำไงดีล่ะค่ะ เมื่อคืนก็คุยกันที่ห้อง เพราะว่ามีหลายๆเรื่องได้คุยกัน ก็เป็นเรื่องเดิมๆที่เราคุยกันแล้ว
    และมีเรื่องใหม่ๆให้อัพเดทเช่นกัน ทำให้ดิฉัน และเฟิร์นด้วย ไม่ได้อ่านหนังสือเลยทีเดียว
    หลังจากที่เรามาที่ sc เพื่อมาเอา i pod แล้วก็ไปทำธุระส่วนตัวนิดหน่อยหล่ะค่ะ
    แล้วค่อยมาอ่านหนังสือ และแล้วก็ถึงเวลา เที่ยงตรง เข้าห้องสอบกัน
    เร็วๆๆๆ เข้าห้องสอบ มาถูกประหารกัน เหอะๆๆ
    พอเข้าห้องสอบ มันมีแค่ 2 ข้อเท่านั้นค่ะ ดิฉันเห็นข้อสอบแล้วก็ไม่ค่อยกลัวนะค่ะ
    แต่ก็เกร็งๆไม่รุจาทำถูกไหม แต่ก็ลงมือเขียนในเวลาต่อมา
    พอออกมาจากห้องสอบดิฉันใช้เวลาทำเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น
    เก่งปะละ แต่อย่าเลยค่ะ ดิฉันคิดไรไม่ออกแล้ว เลยออกมาดีกว่า นั่งไปก็เท่านั้น
     
    เศร้าในเรื่องแรก คือเรื่องสอบได้ผ่านไป อืมไม่ถือว่าเศร้าก็ได้ค่ะ เพราะว่าก็เฉยๆนะค่ะ ไม่หมาก็แมว
    แต่ขอแมวดีกว่านะคะ ไม่อยากรีเกรดคะ กลัวๆๆๆ
    และในเวลานี้คือหลังสอบเสด ดิฉันก็ได้มานั่งเล่นเนตที่ป๋วย
    ซึ่งในตอนแรกเนี่ย ดิฉันและพ้องเพื่อนเนี่ย ตั้งใจเพื่อที่จะมาดูหนังเลยนะคะ
    แต่ที่ไหนได้ ดันปิดเสียก่อน น่าเสียดายมั่กมากเลยคะ
    (ดิฉันอยากดู เดอะไลอ้อนคิงส์ ค่าแต่หอป๋วยก็ไม่มีหรอกนะคะ เหอ..เศร้า)
    เศร้าเรื่องนี้ผ่านไป เศร้าเรื่องเรื่องต่อมาก็เข้ามา
    คือเนตที่ป๋วยช้าแบบไม่ไหวแล้วค่ะ มันแบบไม่ทันใจเจ๊เลย เศร้าค่ะ...
     
    แต่ในเย็นของวันนี้จะมีปาร์ตี้และจับสลากกันที่ coffee please กานค่ะ
    ไม่รุจาดีจายอ่ะเป่า แต่ก็คงดีจายละค่ะ นานๆจาได้ปาร์ตี้กะเพื่อนๆ ซะที
    วันนี้ที่รอคอย คงอบอุ่นน่าดูเลยค่า
    November 20

    เพิ่งรู้

    เพิ่งรู้อารายต่างๆมากมายที่เพิ่งเกิดขึ้น
    เพิ่งรู้ว่าความคิดของเราไม่ได้ดีเสมอไป
    เพิ่งรู้ว่าคนเราก็ผิดพลาดกันได้
    ไม่ใช่เฉพาะคนอื่น แม้แต่ตัวเราเอง
    เรามองข้ามความเปนเราไป
    เรามองข้ามว่าเราเองนั้นแหละที่ทำพลาด
    เรามัวแต่มองคนอื่น ต่อว่าคนอื่น
    เราไม่เคยหันมามองตัวเองว่าเราทำอารายพลาดไปแล้วบ้าง
    แต่พอเราหันกลับมามอง
    เราเพิ่งรู้ว่าเราผิดพลาดไปมากมาย
     
    เรื่องความรัก เราเคยหันกลับไปมองบ้างมั๊ย
    (เอาคนที่เคยมีแฟนนะจ๊ะ)
    เราเคยคิดมั๊ยว่า ถ้าเรามีแฟนเราจะไม่ทำแบบนั้นแบบนี้
    ถ้าย้อนกลับไปได้ ฉันจะไม่ทำแบบนั้นแบบนี้กับแฟน
    ถ้าเปนไปได้ฉันจะเลือกคนนั้นไม่ใช่คนที่ฉันเลือกในตอนนั้น
    ฉันเคยคิดว่าสิ่งต่างๆมากมายที่ผ่านไป
    ฉันทำดีที่สุดแล้ว ฉันทำไปโดยที่ฉันคิดดีแล้ว
    แต่เมือตอนนี้ ฉันคิดได้มากขึ้น
    ฉันมองกลับไป ฉันว่าฉันคิดพลาดไปมากมาย
    ฉันคิดว่าทำแต่ละสิ่งแต่ละอย่างมันง่ายเหลือเกิน
    แต่จริงๆแล้วเปล่าเลย ฉันพลาดอีกแล้วหล่ะ
    ในตอนนี้ฉันคงทำได้แค่ขอบคุณ
    พวกเค้าเหล่านั้นที่สอนให้ฉันได้คิด คิดได้มากขนาดนี้
     
    อ่ะ มาพูดถึงนายนะ เบลล์
    ไม่รู้ว่านายจะเข้ามาอ่านรึเปล่า
    ในตอนแรกมนได้คุยกับเบลล์อย่างสนิทจริงๆก็ช่วงสงกานต์ช่ายป่ะ
    ตอนนั้นมนไม่ได้คิดอาราย มนแค่รุสึกดีว่า
    ฉันยังมีเพื่อนที่ดีอยู่อีกคนนะ
    เบลล์ดีกับมนมาก
    คิดถึงมนเวลาเมาด้วย ฟังแล้วรุสึกดีนะ
    เวลานายไม่มีคราย นายนึกถึงเรา ขอบจายนะ
    แต่พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ฉันรุสึกว่า
    ความรุสึกฉันมันเปลี่ยนไป มันเปลี่ยนจากความรุสึกดี
    มันกลายเปน "ชอบ" ชอบเบลล์เข้าแล้วหล่ะ
    มันไม่รุว่าชอบตอนไหน
    แต่เราก็บอกตัวเองว่าไม่ใช่หรอก
    เราคงรุสึกดี ในความเปนเพื่อน
    แต่พอเราไปอยู่เชียงใหม่ เจอเบลล์
    เรารุสึกดีมากเลยนะ
    เราดีจายมากเลยที่เบลล์ชวนเราไปกินข้าว
    เบลล์ยังน่ารักเหมือนเดิม ถึงหัวจะไม่ทองเหมือน กอล์ฟ-ไมค์แล้วเนอะ
    แต่ก็น่ารัก กวนตีน เหมือนเดิมอ่ะดิ
    ขอบจายเบลล์มากที่ให้ไปนอนในห้องด้วยนะ
    คืนนั้น นายน่ารักมาก (ผู้อ่านอย่าคิดมากนะค่ะ)
    นายเปนสุภาพบุรุษเจงๆ
    ยังจำคืนนั้นได้อยู่นะเบลล์ คืนที่มนบอกเบลล์ไปว่าชอบ
    แต่คำตอบมันกลับมาว่า
    "เบลล์ว่ามนคิดดีดีก่อนนะ"
    "เบลล์ไม่ชอบกานผูกมัด"
    "เบลล์อยากจริงจังกับใครซักคน"
    "เบลล์ไม่อยากมีแฟนแล้วก็เลิกอีกแล้ว"
    "เบลล์ไม่อยากอยู่ในสภาพอกหักอีกแล้วในตอนนี้"
     
    มนไม่รุว่านี่คือคำปฏิเสธช่ายมั๊ย
    แต่ความรุสึกในตอนนั้น คิดว่ามันไม่ใช่
    แต่ในตอนนี้ มันใช่นี่หว่า เค้าปฏิเสธเราแล้วหล่ะ
    แต่เราก็ยังคงความเปนเพื่อนกานเหมือนเดิม
    แต่หลังจากนั้นมาเบลล์ไม่ค่อยรับโทรสับมนเลย
    มนน้อยจายนะ มนคิดมากนะ
    แต่จะบอกไว้เลยว่า
    มนไม่ได้เปนคนงี่เง่าขนาดว่าจะเลิกคบเบลล์เพราะแค่นี้หรอกนะ
     
     
    ในช่วงแรกมนรุสึกแย่มากๆเลยนะ
    มนอยู่ในสภาพแวดล้อม ความเปน จ. เชียงใหม่
    มนคิดถึงเบลล์ตลอด ตลอดเวลา
    ขนาดมนกลับมา กท แล้ว มนก็ยังคิดถึงอยู่ดี
    คิดวนไปวนมาแต่เรื่องเบลล์
    คิดว่าสิ่งที่มนทำมันพลาดแล้วหล่ะ
    มนไม่น่าบอกเบลล์เลยว่าชอบ
    ความรุสึกเราอาจจะดีขึ้นกว่าเดิมก็ได้นะ
    มนไม่รุว่า มนจะแยกคำว่าความรุสึกดีดี
    คำว่าชอบ คำว่าเพื่อน กับคำว่าแฟน ในตอนนี้ยังไง
    มันยากเกินกว่าจะอธิบาย
    มนคิดว่าความหมายลึกซึ้งกว่านั้น
    มนว่าคำว่ารุสึกดี กับชอบ มันมีเส้นใยบางๆกั้นอยู่
    บางทีมนอาจสับสนไปเองก็ได้
     
    แต่วันเวลาก็ช่วยให้มนรุสึกดีขึ้น
    มนมีเรื่องอื่นเข้ามาแทนที่ให้ได้คิดมากขึ้น
    มนมีเพื่อนๆที่นี้อยู่ด้วย
    ถึงไม่ตลอดเวลา แต่ก็ช่วยได้เยอะหล่ะนะ
    ขอบคุณที่ยังมีคนอยู่ข้างๆ
    ขอบคุณตัวเองที่ยังเข้มแข็งอยู่ได้
    ขอบคุณที่ตัวเองยังมีหัวใจอยู่
    มันเจ็บ มันดีใจ มันเสียน้ำตา มันหัวเราะ
    ขอบคุณจริงๆ
     
    October 18

    ปิดเทอมแล้ว

    ปิดเทอมซะที หลังจากที่อ่านหนังสืออย่างหฤโหด
    ตอน ม.ปลาย ไม่เคยอ่านหนังสือเยอะขนาดนี้
    ใครว่ายิ่งเรียนสูงขึ้นจะยิ่งง่าย
    ไม่มีทางเลย
    เหอ...เหนื่อยชะมัด
    สอบเสดแล้วค่อยสบายหน่อย ทำอะไรก็ได้
    อีกอย่างจะได้กลับบ้านแล้ว
    ดีใจสุดๆเลย
     
    วันนี้อารมณ์เซงแบบมากมาย
    คือไอ่เพื่อนอ่ะนะค่ะ
    มานมาที่ กท เนี่ย มาเที่ยว
    ไอ่มาเที่ยวไม่เท่าไหร่หรอกนะ
    แต่ที่คิดคือ เรียกให้เราไม่นอนด้วย ให้ไปหา
    แต่พอวันที่เราจาไปหา
    มันดันจาไปหาเพื่อนอีกคนนึง
    ไอ่ที่คิดคือว่า
    เอ่า...นี้เพื่อนกูอยากเจอกู หรือว่า มานอยากเจอเพื่อนอีกคนมากกว่าว่ะ
    ทำไมไม่มาหากูแทนหล่ะ
    ทั้งๆที่มันอยู่แถว ม.เกษตร
    ให้เลือกเดินทางไป ระหว่าง แถว ราม
    กะแถวรังสิต
    ไอ่เราก็เข้าจายเว่ย ว่าที่นี้มันไม่เจริญหูเจริญตา
    แต่ไอ่ที่มาเนี่ยเพื่ออะไรกัน
    อยากเจอกูอ่ะเป่าว่ะ
    หรือแค่อยากมาเจอคนอื่น
    น้อยใจว่ะ
    เออ...แต่กูก็ขอโทดนะที่กูไม่ไปหาเมิง
    อย่างที่กูได้บอกไว้
    ก็กูไม่มีอารมณ์ หรือด้วยเหตุผลใดก็ตามที่มากกว่านั้น
    ผ่านไปอานนี้ก็จบเรื่องไปเรื่อง
    อยากอัพมานานแล้วหล่ะ
    สเปซเนี่ย แต่ไม่มีเวลาซะที
    หรือพอมีเวลาก็ขี้เกียจ ไม่รุจาอัพอาราย
    วันนี้มีเวลาด้วย แถมก็ยังมีอารมณ์มานั่งอัพด้วย
    นึกถึงวันที่เราได้คุยกะ Tab
    เราอยากรุว่าทำไมผู้ชาย กะ ผุ ญ ทำไมถึงเกิดมา
    สิทธิมันต่างกันจังว่ะ
    เอาเรื่องทั่วไป ทุกคนก็คงพอรุแล้ว
    หรือแม้แต่ตัวเราเองก็รุดีว่ามันเปนไง
    แต่ไอ่ที่เราคิดเนี่ยมันมากกว่านั้นว่ะ
    คือว่า ทำไมผุ ช ถึงแม้ว่าหน้าตามันจะไม่ดีเท่าไหร่
    แต่ขออยู่ไม่กี่อย่าง คือไม่มีสิว หุ่นดี
    แค่นี้ก็มีแฟนได้
    แต่ผุ ญ ดิ
    โหย หุ่นดี แต่มีข้อตินิดหน่อยก็ไม่เอาหล่ะ
    ถึงจะหน้าตาดี แต่หุ่นไม่ดีก็ไม่เอา
    แถมผุ ญ ยังต้องมาดูแลตัวเองไม่ให้อ้วนอีก
    เพราะความคิดของผุ ช ที่อยากได้แฟนผอม
    และสาวๆ ก็อยากมีแฟนกันอ่ะนะคะ
    เลยต้องทำตาม
    และเด๋วนี้นะค่ะ
    สังเกตได้เลยว่า ผุ ช ที่เปน ดารา นักร้องนะค่ะ
    จะมีคนชื่นชอบมากมาย
    ก็แหม มันทั้งหล่อ ทั้งเท่ห์นี่ค่ะ
    สาวๆที่ไหนจะอดใจได้ ทั้งสาวแท้ สาวเทียม
    และบางวงมันก็ยังมีผุ ช บางส่วนชอบเลย
    แต่ผุ ญ ซิค่ะ มีคนชอบน้อยจะตาย
    ถ้าไม่เก่งจริง
    หน้าตาดีใช่ว่าสาวๆทั่วไปจะชอบ
    แถมมันจะหมั่นไส้เอาอีกต่างหาก
    .
    .
    .
    .
    โคตรอยากเกิดเปน ผุ ช เลยอ่ะ
    มีสาวๆมารุมกรีด
    หว่านสเน่ห์นิดหน่อย ใช้หุ่นที่พระเจ้าได้สร้างมา
    เพื่อให้ความได้เปรียบมาอยู่แล้ว
    และบุคลิกอีกนิดนึง
    แค่นี้เอง
    ฟันใครก็ไม่ท้องเอง แถมยังได้เรื่อยๆอีกต่างหาก
    หรือไม่ ผุ ช ไปจีบครายก่อนก็ไม่เสียหาย
    ดูดีอีกต่างหาก
    ไม่เหมือนผุ ญ ที่ต้องทำตัวให้ดูเรียบร้อย
    หรือดูดีตามมารยาท ญ ไทย
    หรือแม้ว่าจะเปนตอนนี้
    มี ผุ ญ มากมายไปจีบผุ ช ก่อน
    ก็ใช่ว่าจะดูดีไปซะหมด
    มันอาจทำให้หน้าแตกได้
    เพราะหน้าของผุ ญ และ ผุ ช ก็มีความด้านต่างกันเช่นกัน
    แต่อย่างน้อยๆ
    เราเชื่อว่าความคิดของ ผุ ญ
    ก็ดีกว่าเสมอ
    ถึงมันจะขี้อ้อน แสนงอลเพียงใดก็ตาม
    แต่ก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน
    นอกซะจากแฟนเธอคนนั้น
    ซึ่งมันก็เปนความคิดที่ดีไม่ใช่หรือ ไม่ใช่ว่าไปฆ่าใครซะหน่อย
    อย่างน้อยๆ ก็ไม่ใช่ ผุ ญ ทุกคนจะเปนแบบนี้
    หรือเปนอย่างนี้ตลอดเวลาหรอกนะ
    เพราะฉะนั้นแล้วทั้งหมดทั้งมวล
    ก็อยากเกิดเปน ผุ ช อยู่ดี
    วันนี้มาอัพไรไม่รุไร้สาระ
    ถึงยังไงจาอัพอารายก็ไร้สาระอยู่ดี
    ก็คนมันเขียนไม่เก่งนี่หว่า
     
     
     
     
     
    July 18

    sOmEbOdY

    ง่า ช่วงนี้เห็นใครๆ เขา
    ดูมีความสุข เห็นแล้วอิจฉาเจงๆเลย
    แต่ก็นะ คนมันจะไม่มีก็ไม่มีอ่ะเนอะ
    แต่คนเราถ้ามันจะมา มันก็มาเองหล่ะ
     
    .....
     
    แล้ววันนี้จะมาอัพอารายดีอ่ะ
    นึกไม่ออก
    แล้วเรามานั่งทำอารายหว่า
    อ่ะก็ไม่อยากเรียน เลยโดดมาเล่นเนตดีกว่า
     
     
    ช่วงนี้งานโฟล์คมีเข้ามาเรื่อยๆ
    อยากพักแล้วนะ มานเหนื่อย
    ง่วงไม่อยากเขาเรียนเลย
    แต่ถ้าไม่ได้ทำก็คงเหมือนขาดใจตาย...อ่ะ
     
     
    ....รุหล่ะ เราจามาอัพถึง Somebody กานดีก่าเนอะ
    (นั่งฟังเพลงซักพักก็นึกออก)
     
     
    นายคนนี้เนี่ย
    เข้ามาทำให้เราหวั่นไหวจนได้
    ทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำดีกับเราเลย
    เราชอบคนเอาใจ
    แต่เขากลับเปล่า
    แต่เขามีสิ่งอื่นที่มาทดแทนสิ่งนี้
    คือความเป็นผู้นำไง
    เราเปนคนที่ไม่มีความเปนผู้นำซะเลย
    แต่เขามีสิ่งที่เราอยากจะเปนนะสิ
     
    เขาเปนคนตรงๆ
    ซึ่งเราก็ชอบในแบบนี้
    (ถึงมันจะรับไม่ได้บ้างในหลายครั้งก็ตาม)
     
    เขาเปนคนที่จริงจังกับชีวิต
    ซึ่งต่างจากเราที่เปนคนเรื่อยเปื่อย
     
    เขามีการวางแผนอนาคตของตัวเอง
    แต่เราไม่มี ได้แต่ใช้ชีวิตไปวันๆ
     
    ...
     
    หลายครั้งที่เขาพูด
    พูดอย่างไม่ใยดีเลย
    แต่เราก็ยังให้อภัยเขาอยู่ดี
    ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
     
    ....
     
    เพราะสิ่งที่เขาเปน
    เรารับมันไหวเหรอ
    ไม่เข้าจายตัวเองเหมือนกัน
    หรือเปนเพียงแค่ความหวั่นไหว
     
    ....
     
    เราได้เจอเขาอีกครั้ง
    จากที่ไม่ได้เจอกานมานาน
    ได้แค่เพียงคุยโทรสับเท่านั้น
     
    แค่ได้เจอหน้าเขาคนนั้น
    เราทำตัวไม่ถูก
    เราอยากเปนคนที่เขาเหนแล้วรุสึกดี
    เปนคนที่เขาชอบ
    แต่มันเปนไปไม่ได้แน่
    เขาชอบผู้หญิงที่ไม่ใช่เรา
    ไม่ใช่แบบเราแน่ๆ
     
    ในตอนนี้ที่เรายิ้ม
    เราหัวเราะ คุยเรื่องเขาอย่างมีความสุข
    กับเพื่อนของเราเอง
    แต่อีกใจเรารุตัวดีว่า
    มันเปนการหลอกตัวเองเท่านั้น
    ว่าเขาอาจจะรุสึกดีกับเราบ้างก็ได้
    หลอกตัวเองว่ามีความสุข
     
    ตอนนี้เราเปนห่วงเขานะ
    แต่ไม่รุจะทำไงดี
    ก็ไม่กล้านะซิ
    ปากก็กล้าไปงั้นแหละ
    แต่จิงๆก็ไม่กล้าพอ
    เพราะเขาไม่ได้เปนเหมือน
    คนที่ฉันเคยรุจักมาก่อน
    เขาพิเศษกว่าคนอื่นๆ
    เขาไม่เหมือนคนอื่นๆ
    นี่หล่ะมั๊ง
    คือสิ่งที่ทำให้เราหลงสเน่ห์ในตัวเค้า
    .
    .
    .
    อยากบอกว่า "อยากโทรไปหานะ แต่ไม่กล้า"
    อยากจะบอกว่า "เป็นห่วงนะ"
    อยากจะบอกว่า "คิดถึง"
    อยากจะบอกว่า "ขออยู่ข้างๆได้ไหม"
    อยากจะบอกว่า "ดูแลตัวเองด้วยซิ"
    อยากจะบอกว่า "ช่วยสนใจฉันหน่อย"
    อยากจะบอกว่า "ช่วยมาดูแลฉันที"
    June 11

    ใกล้แล้วซินะ

    และแล้วก็ถึงเวลา
    และแล้วก็ใกล้มาถึง
    จะมีน้องในชุมนุมแล้วนะ
    ตื่นเต้นๆจังเลย อยากมีน้องแล้ว
    แต่ว่า ก็ไม่อยากแก่เปนพี่เลยอ่ะ
    ไม่อยากให้มีคนมาไหว้ ไม่อยากให้มีคนมาเรียกพี่
    เหอๆ มานแก่ไงไม่รุ
     
    สิ่งต่างๆที่ผ่านมา
    ไม่คิดว่ามันจะมีจริง ไม่คิดว่าเปนเรื่องจริง
    การที่เราได้กลับมา กท ครั้งนี้
    ไม่คิดเลยหล่ะว่า
    จะมีค่ามากๆ คุ้มค่าที่สุด อย่างที่ไม่เคยหวังมาก่อน
    เราได้อยู่กับเพื่อนๆในชุมนุม
    ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน
    มีเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และน้ำตา
    วันแรกที่เราได้กลับมาที่ ม.อ่ะ
    มันดูเหมือนว่าเรายังไม่ชินกับเพื่อนๆที่อยู่ด้วยกันในตอนนั้น
    มีความรุสึกว่า เรามาเพื่ออะไรเนี่ย
    เรามาเปนตัวอะไรเนี่ย
    เรามีความจำเปนที่มาที่นี่ด้วยเหรอ
    และเพื่อนๆเค้าต้องการให้เรากลับมาจิงๆเหรอ
    มันคงเปนอาการเพียงช่วงแรก
    ที่ยังปรับตัวไม่ได้ไม่รุจะทำตัวยังไง
    ทำอะไร และ ทำแบบไหนดี
    เราเดินไปที่ห้องโฟล์ค
    สิ่งแรกที่เหนและได้ยิน
    นั่นก็คือ รองเท้ามากมายที่อยู่หน้าห้อง
    และเสียงเพลง เสียงกีต้าร์ เปียโน เสียงร้องเพลง
    และคนมากมายที่ยืนอยู่หลังห้องโฟล์ค
    พวกพี่ๆรุ่น 2นั่นเอง แล้วเพื่อนฉันหายไปไหนหมดเนี่ย
    อ่ะเราก็เปิดเข้าไปในห้องด้วยมารยาท เพื่อไหว้รุ่น
    ทักทายเพื่อนๆ ทั้งที่เค้าก็ซ้อมกันอยู่
    แต่ก็นะ ไหว้หน่อยหล่ะกัน
    และเราก็เลยรออยู่ข้างนอก
    นั่งฟังเพลงต่างๆที่เค้าซ้อมอยู่ข้างนอก
    มันเหมือนมีดนตรีเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง
    จากที่ได้ห่างหายไปนาน
    มันรุสึกดี ตื่นเต้น ตื้นตันที่สุด
    ว่าภาพเก่าๆได้กลับมาแล้วหล่ะ
    ความรุสึกแบบเก่าๆกลับมาอีกครั้ง
    เราได้กลับมา เพื่อร้องเพลงที่คนอื่นเค้าร้องไม่ได้
    เพลงที่เค้าไม่อยากจะจำเนื้อเพลง
    เพราะว่าไม่ใช่ภาษาไทยอ่ะดิ
    ไม่รุว่ามันเปนเรื่องดีรึเป่านะที่เราได้กลับมาร้องเพลงนี้อีกครั้ง
    เพราะตอนนั้นเราไม่พร้อมเลยหล่ะ
    มันไม่มีความพร้อมเลย มีแต่ความกลัว
    ความไม่มั่นใจสุดๆ
    เพียง 1 อาทิตย์ที่เหลือ เราจะทำมันได้ดีมากน้อยแค่ไหน
    เราลืมทุกอย่างทั้งเรื่องร้อง เรื่องคอรัส
    เราไม่มั่นใจในการเปล่งเสียงแต่ละครั้งเลยด้วยซ้ำ
    แต่ทุกอย่างก็ต้องดำเนินต่อไป
    เพราะเราก็รับปากเพื่อนๆไปแล้วว่าจะร้อง
    และจะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
    แต่ว่าตอนนั้น หากไม่มีเพื่อนๆ อยู่ข้างๆ
    คอยบอกว่า มนทำได้นะ
    มนก็คงไม่กล้าบอกตกลงหรอก
    ตอนนั้นที่ร้องเพลงไม่ออก ก็มีการวอร์มเสียงกันทุกวัน
    โดยการนำของพี่โน๊ต
    เขาคอยช่วยเราตลอดเลย และรุว่าเราเปนยังไง
    ขอบคุณจืงๆค่ะ ถ้าพี่ไม่เข้าใจมน
    มนคงไม่กล้าที่จะร้องเพลงอีกแน่
    การซ้อมก็หนักขึ้นเรื่อยๆ
    เอาจิงเอาจังมากขึ้น
    ก่อนขึ้นเวทีฉันไม่มั่นใจเลยว่าฉันจะทำได้ดีมากน้อยแค่ไหน
    ฉันกลัวว่าฉันจะเปนจุดด้อยตรงนั้น
    แต่ว่าพอขึ้นเวทีจิงๆแล้ว
    มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย
    มันมีเวทมนต์มาสะกดเราไว้
    ให้ตราติดตรึงอยู่บนเวที
    และมองเพียงเบื้องหน้าของเราเท่านั้น
    และได้ยินเสียงดนตรี
    เปียโน ที่พี่หาญเล่น
    ฟลุ๊ต ที่พี่ชัปเป่า
    และนิ้งหน่อง ที่บอลเล่น
    มันมีเสียงแค่นี้อยู่ในหู
    เรื่องทุกเรื่องได้หายไปจากหัวสมอง
    และมีแต่เนื้อเพลงเท่านั่น
    ฉันรุตัวว่าฉันร้องคอรัสไม่ดีเลย
    แต่ก็ทำให้เนียนที่สุด
    และออกมาให้ดูดีที่สุดเท่าที่ทำได้
    ที่ฉันเหนเบื้องหน้าฉันตอนที่ฉันร้องเพลง
    มันคือเหนน้องๆโบกมือไปมาตามเพลง
    ถึงว่าฉันจะสายตาสั้น
    แต่ภาพที่เหนในตอนนั้นมันชัดมาก
    มันดีใจอย่างบอกไม่ถูก
    มันเหมือนฉันเปนนักร้องเลยหล่ะ
    และมันก็ผ่านไป
    รันไปเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว
    มันผ่านไปด้วยดี
    อย่างที่ฉันบอกว่ามันมีน้ำตาในงานนี้
    น้ำตานี้ก็คือความสำเร็จ
    การที่เราได้เหนื่อยมาด้วยก้น
    ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้เริ่มมันขึ้นมาพร้อมเพื่อนๆ
    แต่ฉันก็ได้จบงานนี้พร้อมกับเพื่อนๆ
    ได้มีความประทับใจด้วยกัน
     
     
    ถึงแม้ว่าตอนนี้งานรับเพื่อนใหม่จะผ่านพ้นไป
    แต่ความประทับใจ
    ความสนุกสนาน
    ความอบอุ่นที่ได้อยู่กับเพื่อนๆ
    มันเปนสิ่งที่น่าจดจำมาก
    หากว่าวันนั้น
    ฉันตัดสินใจว่าฉันจะตัดใจจากการทำงานรับเพื่อนใหม่
    ฉันจะไม่มาร้องเพลงนี้แล้ว
    ฉันไม่พยายามที่จะรักษาตัวเองให้หายป่วย
    ฉันคงต้องเสียใจ และเสียดายอย่างที่สุดแน่
    อย่างจะบอกเพื่อนๆว่า
    ฉันดีใจมากๆที่ได้กลับมาร้องเพลง
    ได้ทำงานด้วยกันอีก
    มันเปนงานที่เหนื่อยเลยนะ
    แต่มันมีความสุขจนงานมันไม่ได้ทำให้เราท้อเลย
    ขอบคุณที่มีเพื่อนๆคอยอยู่ข้างๆ
    เฟิร์น มนัส ปอด์น โบว์ กร แท็บบี้ โจ้ บอม วิน เอิง นะ บอล
    มิ้น เจ เจ๊เตย แอน ไอ สิตาง โย (ถ้าพูดถึงไม่หมดอย่าโกรธนะ) 
    มีพี่ชายที่แสนดี
    พี่โน๊ต พี่มิน พี่โอ๊ต พี่ปอม พี่ต้อม พี่หาญ พี่เติ้ล
    เพื่อนที่ไม่ได้มางานนี้
    สิวๆ แกต้องเสียดายแน่ๆ
    น้ามหวาน เดียร์ นิ๊ก และคนอื่นๆที่ไม่ได้พูดถึงนะ
    อยากให้พวกแกมาเห็นงานนี้จัง
    จะเปิดเทอมแล้วฮับ
    อยากเปิดเทอมนะ
    แต่ไม่อยากเรียน
    อยากอยู่โฟล์คอ่ะ
    มันอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
    ใครที่ไม่เคยสัมผัสก็คงไม่รุหรอกว่า
    มันเปนได้มากถึงขนาดนี้
    อาจจะบอกว่าบ้า
    แต่ฉันคิดว่า ฉันไม่ได้บ้า
    แค่มันเปนความรุสึกที่บอกใครไม่ได้ว่าทำไม
    ถึงอยากอยู่โฟล์คขนาดนี้
    อยากเก็บช่วงเวลานี้ไว้นานๆจัง
     
    รักเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนนะค่ะ
    คิดถึงม่าม๊ากะเจ๊ด้วยนะ 
    April 23

    =^^=

    ไม่ได้มาอัพนานเลยนะเนี่ย

    ก็ผ่านไปแล้ววันปีใหม่ไทย

    วันเวลาผ่านไป

    มีอะไรใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตก็เยอะเหมือนกัน

    กานที่ได้กลับบ้าน

    มันเหมือนชีวิตแปลกไปนิดหน่อย

    กานที่ไม่ได้อยู่กะเพื่อนๆ

    กานที่จะทำอะไรต้องคอยขออนุญาต

    ทั้งๆที่ การอยู่หอมันไม่จำเป็นซักเท่าไหร่

    ช่วงสงกานต์เปนวันที่มีทั้งความสุข

    ที่ได้เจอเพื่อนเก่าๆ หลายๆคน

    ได้เจอรุ่นพี่ๆที่สนิทๆ

    ที่คนส่วนใหญ่พวกนี้ก็เรียนกันที่ เชียงใหม่ทั้งนั้น

    มีแต่เราที่ออกจากวงโคจร

    แต่เราก็ดีใจมากๆเลย

    ที่การออกวงโคจรครั้งนี้

    จะได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ที่แสนดี

    ที่เราไม่คิดว่าจะได้พบเจอมาก่อน

    สงกานต์ปีนี้ต่างจากปีอื่นๆที่ผ่านมา

    เปนปีที่คิดว่ามันไม่ค่อยสนุกเหมือนเมื่อก่อนเลย

    ไม่รุเหมือนกันว่าทำไม

    ช่วงก่อนวันสงกานต์

    วันที่ 9 เราได้ไปเชียงใหม่กะเพื่อนที่สนิทมาก

    เธอมีชื่อว่า เดียร์

    เปนสาว soc ant

    รุจักกันมาได้ 7 ปีแล้วหล่ะ

    แบบว่าสนิทมากเลยหละ อ่ะต่อๆๆ

    ก็ไปค้างหอเดวกะมาน

    ซึ่งที่หอก็มี นิก เพื่อนในก๊กเดวกานตอน ม.ปลายอยู่ด้วย

    แต่ว่าวันนั้นมันไม่อยู่พอดีอ่ะจิ

    ก็เลยไปอยู่ห้องมันกะว่าคงได้นอนสบาย

    แต่ที่ไหนได้ ไอ่เพื่อนสุดที่รักอ่ะนะ

    ก็ชวนเราไปเที่ยวกลางคืนแถว ม.แม่โจ้

    ซึ่งตอนแรกเราก็ไม่รุหรอกว่ามานไกลแค่ไหน

    อีกทั้งคิดว่าเพื่อนของมันคงจะเอารถยนต์มารับแน่

    ก็เลยแต่งตัวซะดูดีนิดหน่อย และที่สำคัญใส่กระโปรงเนี่ยดิ

    แต่ที่ไหนได้ผิดคาดอย่างมหันต์

    ไอ่ ม. แม่โจ้เนี่ยแระก็แสนจะไกล

    แถมยังได้นั่ง มอเตอร์ไซด์ ไปอีกต่างหาก

    หน้าเนี่ยชาเลยทีเดียว แถมยังเหมื่อยอีกต่างหาก

    ก็ต้องนั่งเบี่ยงไปด้านข้าง หรือที่เรียกว่านั่งป้าย นั่นเอง

    และในที่สุดก็มาถึงที่ แม่โจ้จนได้

    ไปร้านเหล้าที่มีชื่อว่า ideal

    ก็เจอเพื่อนที่รุจักแค่ 4-5 คนเท่านั้นเอง

    ทำให้รุสึกว่า เหงาๆ เซงๆ ไปนิดนึง

    ก็ดีหน่อยที่เพื่อนมานเลี้ยงเหล้า

    นั่งดื่มไปได้ 2-3 อึกเท่านั้น

    โอ้วแม่เจ้าโทรสับก็ดังขึ้น

    ก็เลยออกไปคุยซะนานเลยทีเดียว

    เพื่อนมานก็โทรตาม

    พอเราวางไปแล้วก็กลับไปที่โต๊ะ

    ปรากฏว่า เหล้า แก้วของฉัน หายไปแล้ว

    เหล้าหมดแล้ว คนไม่มีมารยาท

    มานเอาของฉานไปกิน แย่เจงๆเลย

    ในคืนนั้นเลยไม่ได้กลับไปหอเพื่อนที่ ม.ช

    ได้ไปค้างหอเพื่อนที่แม่โจ้แทน

    โหย...แบบว่าไปนอนกะไอ่ตั้น

    เพื่อนที่แสนดีมาตลอด

    คนที่มันเคยแอบชอบเราตอน ม.4อ่ะนะ

    (ถ้าผิดอย่าว่ากานนะตั้น)(ไม่ได้หลงตัวเองด้วยนา)

    แต่ตอนนี้เราก็คือเพื่อนที่สนิทกันมาก

    ถึงแม้ว่าตอนนี้นายจะคิดไงกะเรานะ

    บางครั้งดูเหมือนว่านายก็ชอบเราอยู่

    นายแสนดีมาก ดีกว่าเพื่อนผู้ชายคนไหนๆที่เราเคยรุจัก

    นายทำทุกอย่างเพื่อเราในหลายๆเรื่อง

    และนายก้ทำให้เราเปนห่วงได้หลายเรื่องเลยซิน่า

    ไปนอนห้องนายคืนนั้นอ่ะ

    นายดีมากๆ พาเราไปเลี้ยงนู่นนี่

    ซื้อขนมก่อนเข้าหอนาย

    มานทำให้เราอ้วนนะรุไหม

    รุ่งเช้าของวันที่ 10

    เราได้ไปทัวร์รอบ ม. แม่โจ้เลยหล่ะ

    สวยมาก แถมยังกว้างมากด้วย

    สัมผัสได้ถึงเกษตรที่แท้จริง

    ตอนกลางวันเราได้ไปกินข้าวเหนียว

    สัมตำ ไก่ย่าง ครบสูตรที่หลัง ม.แม่โจ้

    อร่อยมาก ซึ่งไอ่ตั้นเลี้ยงนั่นเอง

    กว่าจาได้กลับหอ ที่ ม.ช ก็ตอนเย็นนั่นแหละ

    สรุปว่าวันทั้งวันอยู่แต่ที่แม่โจ้

    ซึ่งต้องขอขอบคุณเสื้อยืด กางเกงเลย์

    ที่ได้จากห้องเจนนะจ๊ะ ยังไม่ได้คืนเลย เหอะๆๆ

    และเย็นวันนั้นก็ได้ไปกินข้าวที่หน้า ม.

    และได้ดูหนังที่เช่ามาก็คือ mr.&mrs. smith และ resident evil 1 - 2

    ดูมานตั้งแต่ 4 ทุ่ม ยันตี4 เลยแหละ โหะๆๆ

    และรุ่งเช้าของอีกวัน วันที่ 11

    เราได้ไปที่ ม.ช

    คราวนี้เราคิดว่าเปนอารายที่กล้าพอดูเลยทีเดียว

    เพราะเราได้เข้าไปเรียนวิชารัฐศาสตร์กะเดียร์ด้วยอ่ะดิ

    ไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษาด้วย

    ซึ่งก็คงจารุกานดีว่า ไม่มีที่ไหนจาเหมือน มธ เรา

    ที่ไม่ต้องแต่งชุด นศ ก็ได้

    ซึ่งที่ ม.ชจำเปนต้องแต่ง

    แต่เพื่อนมานยืนยันมาว่า วิชานี้ไม่ต้องแต่งก็ได้

    ซึ่งตอนแรกเราก็เข้าไปกล้าๆกลัว

    ไม่รุว่ามานจามีคนใส่ชุดธรรมดาอ่ะเป่า

    แต่มองดูรอบๆแล้ว เหอะๆๆ ไม่เหนมีเลยอ่ะ

    แย่แล้วเรา อ.เค้าจาด่าเป่าว่ะ

    แต่แล้ว พวกเดก วิจิตร เดก ถาปัด ก็เข้ามา

    แต่งชุดธรรมดา โหย..โล่งอก

    อ๋อลืมไปก่อนหน้านั้นเราได้รุจักเพื่อนเดียร์คนนึง

    เปนผุชาย ชื่อ ปุ้ย จ๊ะ ก็ดีนะซึ่งมานจีบนิกอยู่อ่ะนะ

    และแล้วเราก้คิดว่าเราจากลับลำปางกานเลยดีไหม

    แต่แล้วก็เปลี่ยนความคิด คืนนั้นเอง

    ก็เพราะเพื่อนชวนไปเที่ยวที่ mokey

    ซึ่งต้อง อายุ 20 ถึงจาได้เข้า

    แต่เราก็เข้าไปจนได้หล่ะน่า

    ก็ได้ไปรุจักเพื่อนเพิ่มอีกแระ

    เปนเพื่อนนิก ชื่อว่ากิ๊ฟ มั๊ง ถ้าจำไม่ผิด

    อย่าว่ากานนะ เหอะๆๆๆ

    เปนคนที่ซิ่วมาจาก ABAC อ่ะนะ

    และได้รุจักเพื่อนกิ๊ฟอีก

    เปน ผุ ชาย ชื่อว่า แน็ต กะอีก2คน ไม่รุจัก

    เค้ามาด้วยกาน เปนนักเรียนการบินอ่ะนะ

    ตอนที่เรากะลังแดนซ์กะจาย

    ก็มีหัวงูมานมาเกาะแกะ เพื่อนแสนสวยของเรา

    อ่อ ลืมบอก ว่ามีเพื่อนคนอื่นอีกที่ไปด้วยกาน

    ชื่อเหมียว เรียน พายัพ กะ บี เรียน คณะ กะที่เดียวกะเดียร์

    อ่า เหมียวเปนคนที่สวยมาก พอผอมลงไปกว่าตอน ม. ปลาย

    ก็สวยขึ้นอีก ทำให้มีหัวงู่เข้ามาเกาะแกะ

    จนทำให้เพื่อนที่แสนดีอย่างเรา เปนตัวป้องกันให้

    ทำให้คนอื่นมองว่าฉานเปนเลสเบี้ยนแน่เลย

    และไอ่หัวงูนั่นเปลี่ยนไปสนใจเดียร์ขึ้นมา

    เพราะเดียร์ก็ช่วยกันไอ่หัวงูจากเหมียวด้วย

    ทำให้เราต้องพึ่งแน็ตมาแกล้งว่าเปนแฟน

    ก็ผ่านพ้นไป มานก็ไปยุ่งกะ บี

    ซึ่งรายนี้เอาตัวรอดได้ แบบว่าทำดุใส่นั่นเอง

    บอกว่าเพิ่งอกหัก อย่ามายุ่ง

    เปนคำที่เด็ดเลยที่เดียว

    และแล้วก็ได้เวลากลับเพราะ ตี 2แล้ว

    ร้านปิดแล้ว ต่างคนก็กลับหอ

    อ๋อไอ่ตอนไปเนี่ยก็ให้ ปุ้ย ที่จีบนิก มารับ

    ตอนกลับก็เช่นกัน แต่ว่าเราเจอคนนึง

    คือพี่จุนนั่นเอง ตอนออกมานอกร้าน

    ก่อนจากลับนั่นเอง โอ้ว..ไม่คิดว่าจาเจอ

    กลับไปแล้วก็ยังไม่ได้นอนหรอกนะ

    ต้องเจอเรื่องอีก เพราะว่าหอไอ่เดียร์

    มันห้ามคนนอกเค้า เพราะหลังเที่ยงคืน

    ก็เหมือนหอ ใน และ หอเอเชี่ยนเกม มธอ่ะนะ

    แบบว่าต้องยืนยันว่าเปนคนในหอ

    ทำให้เราต้องเนียนขึ้นไป แต่ป้าเฝ้าหอจับได้

    อ่า...จนเปนเรื่องเลยทีเดียว แต่ว่าเค้าก็ใจดี

    ที่ให้เราพักที่หอ เพราะดึกแล้ว

    กลัวว่าเราจาเจออันตราย เหอะๆๆ

    รอดไปอีกนึงคืน กว่าจาได้นอนก็ ตี 3-4 อีกแล้วอ่ะ

    วันที่ 12 เราตื่นเช้ามาก เพราะเราจาต้องกลับ ลำปาง

    ทำให้เราตื่นตอน 7โมงเช้า

    ออกจากหอ ตอน 8 โมง กว่าๆ ถึงที่อาเขต ก้ 9โมงแล้ว

    โชคดีมากว่า เราไปถึงปุ๊บที่อาเขต ก็มีรถออกพอดี

    ทำให้ได้กลับเลย ตอนแรกก็กลัวว่าจะไม่มีรถกลับ

    และในที่สุดก็ถึงตอน 11 โมง ก็ให้เพื่อนๆมารับ

    ไปส่งที่บ้าน ที่ไหนได้เข้าบ้านไม่ได้ อ่ะ

    ไม่มีครายอยู่บ้าน และที่แย่คือ ไม่มีครายยอมกลับบ้าน

    มาเปิดบ้านให้เพราะกลัวเปียก ทำให้เราต้องฝากของไว้ร้านข้างบ้าน

    และจำใจใส่รองเท้าผ้าใบ ที่ตอนแรกคิดว่าจะมาเปลี่ยนที่บ้าน

    และมันก็เปียกจิงๆ วันนี้เราเลยไม่ค่อยเล่นมากเท่าไหร่

    ซึ่งจิงๆก็ไม่ค่อยอยากเล่นเท่าไหร่หรอกนะ

    แค่ได้เจอเพื่อนๆก็ดีจายแล้ว

    เพื่อนๆที่ไม่ได้เจอกานเลย

    มานชมว่าเราน่ารักขึ้น ขาวขึ้น

    แซวกานใหญ่ว่า "ว่าไงสาวธรรมศาสตร์"

    และทุกครั้งไปก็ต้องดื่มเบียร์ที่มานยื่นมาให้ ทุกครั้งไปซิน่า

    แล้วทีนี้เราก็เจอคนๆนึงที่เราก็คิดอยู่แล้วว่าจะต้องเห็นหน้ากัน

    แต่ไม่คิดว่าจะได้คุยกานหรอกนะ

    เค้าผู้นั้นก็คือ คนที่เราเคยคบกันตอน ม.ปลาย

    ตอนนั้นเรารุแค่ว่าเราไม่อยากคุยด้วย และไม่อยากเห็นหน้าเท่าไหร่

    แต่เราก็ไม่รุหรอกนะว่าตอนนั้นเราเลิกกะเค้าเพราะอะไร

    แต่ที่แน่ๆเรารุสึกไม่ดีด้วยมานานแล้ว

    วันนั้นก็แค่ได้เดินผ่าน และไม่คิดว่าจาเดินผ่านซุ้มนั้นอีก

    (อ๋อที่เล่นน้ำเค้าเรียกว่า ซุ้ม นะจ๊ะ)

    พอตอนกลางคืนของวันนั้นเอง

    ก็ได้เวลาไปย่ำราตรีอีกครั้ง ทีนี้ไปร้านที่มีชื่อว่า ป๊อด

    ก็ไปกับเพื่อนสาวเพียง 4-5 คน

    และอีกโต๊ะก็เปนหนุ่มๆ เพื่อนตอน ม. ปลายทั้งนั้น

    เราก็เริ่มที่จะสั่งเครื่องดื่มมากดื่มกัน โอ้ว...เหล้าอีกแล้วครับ

    พอเวลาผ่านไป ดื่มไปได้ซักพัก

    เราก็เหนชายหนุ่มเดินเข้ามา เหนแล้ว...นั่น ใครน่ะ คุ้นๆแหะ

    อ่า...เทพบุตรสุดหล่อของฉันนั่นเอง พี่อ้น

    เราดีจายมากที่เจอพี่อ้น อ่า น่ารักขึ้นเยอะเลยเนี่ย

    ก็เลยคุยกานอยู่นานด้วยความที่เราสนิทกันนั่นเอง

    แต่เราไม่ทันสังเกตผู้ที่ติดตามมาด้วย

    รังสีอารายว่ะมานมาสะกิดให้รุสึกแปลกๆ

    อ่อ...คนนั้นนั่นเอง ไอ่พี่คนเนี่ยที่เราไม่คิดว่าเราจะคุยด้วย

    ก็เลยทำเปนไม่สนใจไม่ทักซะงั้น ก็ด้วยที่เราคุยอยู่กะพี่อ้นนั่นเอง

    จาไปสนจายคนอื่นทามมัยเนอะ

    แต่ว่าพี่อ้นอ่ะดันขอไปเข้าห้องน้ามซะเนี่ย

    ก็ด้วยความที่เปนคนดี เหอะๆๆ ก้เลยทักไป

    ...หวาดดีค่า เปนไงบ้าง สบายดีเป่า

    ...อ่อ พี่นึกว่าน้องมนจะไม่ทักพี่ซะแล้ว

    ...ก็คุยอยู่กะพี่อ้นอ่ะนะ

    แล้วพี่อ้นก็ออกมาพอดี

    ...จีบไอ่อ้นเหรอ

    ...เหอะๆๆ (พร้อมกะพี่อ้นเลย) (คิดไปได้เนอะ)

    แล้วซักพักพี่ทั้งสองก็ออกจากร้านไป

    เพราะเพื่อนเค้าอ่ะ อยู่ที่ร้าน Au-si กัน

    ร้านที่มนอยู่นั้นมันอยู่ได้ถึงเที่ยงคืน

    แล้วพอดีก็มีเรื่องนิดหน่อย เปนเรื่องของเพื่อนทะเลาะกะแฟนสาว

    คือว่าแฟนสาวไม่พอใจที่เพื่อนมน(แฟน)เนี่ยไปกอดกะเพื่อนผู้หญิงที่มากะพวกมน

    ซึ่งก็เพื่อนกันทั้งนั้น และเพื่อนมนก็ไม่พอใจที่แฟนมันไปให้ผู้ชายอื่นกอด

    เหอะๆ เลยเปนเรื่อง เราเลยกลับบ้านกานก่อนเที่ยงคืน

    แต่ก่อนหน้านั้นได้ไปกินเย็นตาโฟ แถวหน้าถานีรถไฟ

    อร่อยมากและเปิดดึกมากๆด้วย

    ก็เลยให้พี่อำเภอเพื่อนพี่อ้นมารับ อ่อ ตอนไปกันก็พี่นี่แหละมาส่งเช่นกัน

    อ่าได้เจอเทพบุตรของฉันอีกแล้ว เหอะๆๆ

    พอถึงบ้านก็มีแค่เดียร์เท่านั้นที่นอนบ้านมน

    ส่วนนิกก็กลับบ้านไปนอนบ้าน เพราะแม่จับได้ว่ากลับมาลำปางแล้ว

    ทั้งที่มันไม่ยอมบอกแม่ กลัวว่าแม่ไม่ให้เที่ยวนั่นเอง

    คืนนั้นเอง เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

    ไอ่คนนั้นโทรมา (คนที่มากับพี่อ้น คนที่เราเคยคบตอน ม.ปลายนี่หว่า)

    แล้วขอเบอร์เรา และก็ได้ไป

    ซึ่งโทรมาคุยกานเรื่องอดีตชาติผ่านมาแล้ว

    บางเรื่องเราก็จำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

    แต่ก็ขุดมาคุยกานอยู่ได้

    เราจะอธิบายถึงนายคนนี้ให้ฟัง

    จากที่เราได้คุยกานเพียงไม่กี่วัน ทำให้นึกถึงเมื่อก่อนได้นิดหน่อยถึงนายคนนี้

    เมื่อก่อนเค้าเปนคนที่เอาแต่ใจ ไร้สาระ ขี้อ้อน

    ปากหวานกะสาวๆ แต่ปากหมากะเพื่อนๆและแฟนตนเองด้วย

    ฯลฯ ซึ่งเท่าที่จำได้ก็แค่นั้น

    และสาเหตุที่เลิกกันเพราะเค้ามันคบเราเผื่อเลือก

    คบเราเพราะเหงาและยังไม่มีคราย

    แต่เค้าก็ชอบ ญ คนนึง ตอนที่คบกะเราอยู่

    และเมื่อเรารุความจิงจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้

    ทำให้เราตัดสินใจเลิก

    ตอนนั้นก็เสียใจนะ เพราะเราก็มีความรุสึกดีๆให้

    คอยเปนห่วง ยังจำได้เลยตอนที่จาออกไปมีเรื่อง

    เราก้ห้าม แต่ไม่ยอมฟังทำให้เราเปนห่วงมากเลย

    และในตอนนี้ความรุสึกดีๆได้หายไปแล้ว

    และเมื่อเราได้คุยกะนายอีกครั้ง

    นายเปลี่ยนไปมากเลยนะ นายพูดอะไรก็ดูจะดักคอมนได้หมดเลย

    และชอบพูดให้เสียเรื่องทุกที ทำให้ไม่อยากคุยด้วยเลย

    นายคนนี้บอกเราว่า "อยากจะกลับมาสนิทด้วยเหมือนเดิม"

    "อยากให้เรามากุ๊กกิ๊กกัน แต่ไม่ช่ายเปนกิ๊กหรอกนะ"

    "อยากจะทำให้มนมีความสุข ชดใช้ที่เมื่อก่อนเคยทำไม่ดีกะมนไว้"

    มนเลยบอกว่า"พี่มีแฟนแล้วไม่ช่ายเหรอ(ก็ควรไปดูแลแฟนตัวเองจิงป่ะ)"

    "ถามตรงๆนะ ถ้าเราสนิทกันโดยที่ไม่ช่ายพี่น้อง"

    "ไม่คิดเหรอว่าถ้าวันนึง มนเกิดรุสึกดีกับพี่มากๆ"

    "แต่พี่แต่งงานกะแฟนพี่หล่ะ พี่ไม่คิดว่าจะทำให้มนเสียใจเหรอ"

    "พี่คิดว่าคงตัดสินใจได้ว่าจะทำยังไง"

    "พี่จะทำให้มนเสียใจน้อยที่สุด"

    ซึ่งมนไม่อยากเชื่อหรอกนะ มันเปนไปได้อยาก

    ถ้าจะทำได้ มนว่าเราคงต้องคบกานแบบพี่น้องแล้วหล่ะ

    มนถึงจะไม่เสียใจและคงไม่รุสึกผิด เหมือนช่วงที่ผ่านมา

    อ่อ ถึงวันที่ 13 แล้วนะ

    คือเมื่อคืนที่คุยกะนายคนนั้น เค้าก็ชวนไปอยู่เล่นซุ้มเค้า

    ซึ่งเราก็ตอบไปงั้นว่าถ้ามารับที่ซุ้มมนก็จาไปด้วย

    แต่เค้ากลับบอกว่า มาหาหน่อยไม่ได้เหรอ

    หรือว่าไม่กล้า ด้วยความที่โดนท้าอ่ะ เลยบอกว่าจาไปหา

    เอ่ากรำ ดันบอกไปแล้วอ่ะเนี่ย โห ไม่น่าเลยว่ะเรา

    ตอนเราอยู่ที่ซุ้มอ่ะ เราเจอเพื่อนที่เมื่อวานเราไม่ได้เจอเยอะเลย

    แต่เพื่อนบางคนที่มาเมื่อวานก็ไม่มาวันนี้

    และก็เจอหนุ่มคนนึง ชื่อว่า เบลล์ เปนเพื่อนรุ่นเดวกาน

    เปนเพื่อนสนิทตั้นอีกที เมื่อก่อนไม่เคยคุยหรอกนะ

    แต่วันนี้ก็เลยทัก และก้คุยกันซะนาน ม่อซะเล็กน้อย

    เพื่อความสดชื่น ก็ไอ่เบลล์น่ารักนี่หว่า เหมือน อ๊อฟ af 2 เลย

    แล้วมานก็เดินไปซุ้มอื่นต่อ

    วันนี้ก็ตัดสินใจอยู่นานว่าจะไปไหมที่ซุ้มนายนั่น

    ในที่สุดก็ต้องไปส่งเพื่อนที่ซุ้มข้างๆนายนั่น

    เลยเจอแล้วเข้าไปทัก อยู่ด้วยซักพัก

    ก็เจอพี่ๆ ที่สนิท กันเต็มไปหมดเลย

    มีพี่โอ พี่อำเภอ พี่อ้น (เทพบุตรของฉาน) พี่ตาล

    พี่ไผ่ พี่ปิน พี่บูม พี่หนึ่ง พี่นิค (คนที่ทำให้ฉันหัวเปียก) พี่ตั้ม

    ก็ประมาณเนี่ย ไปที่ซุ้มนี้ ก็โดนพี่อำเภอ แกล้งให้กินเบียร์อีกแล้ว

    เหอ อยู่ที่ซุ้มเราเองก็โดนเพื่อนให้กินก็เยอะเหมือนกาน

    ทำให้กานไปซุ้มนายนั่นครั้งนี้ คุ้มเหมือนกันแหะ

    เราก็มัวแต่เล่น และคุยกะพวกพี่ๆ สนุกมาก

    ทำให้รุสึกว่า มีสายตาบางคู่ รุสึกไม่พอใจเรา

    แต่ก็ช่างมาน ฉันไม่แคร์

    และแล้วก็กลับบ้าน พร้อมกะเพื่อนๆ

    ทั้งตั้น และเดียร์ ก็ต้องกลับบ้านที่ต่างอำเภอ เหงาเลยเรา

    และคืนนั้นก็จิงซะด้วย นายนั่นโทรมาบอกถึงความไม่พอใจเราในวันนี้

    เหอๆๆ (ช่วยไม่ได้นี่นา เค้าอยากคุยกะคนอื่นนี่นา)

    วันนี้ก็เปนวันแรกที่อยู่บ้านอ่ะไม่ได้ออกไปเที่ยวกลางคืนเลย

    โอ้วดีจายเจงๆ แต่ทว่า

    วันที่ 14 นั้น จะไม่ค่อยมีคนเล่นน้ำแล้วหล่ะ

    เพราะคนส่วนใหญ่จะไปเล่นน้ามที่เชียงใหม่แทน

    ลำปางเงียบเหงาทันที

    แต่คืนนี้พี่ก็ชวนไปกินเหล้าอีกแล้วดิ

    วันที่ 15 ก็เช่นกัน ก็ชวนไปอีก

    และวันที่ผ่านมาเราก็คุยโทรสับกะนายคนนั่นเหมือนกัน

    ยิ่งนานวันความรุสึกมันไม่อยากคุยเลย

    ก็คือ เราไม่ชอบฟังว่านายมาบอกว่าเราว่า

    "คิดถึงนะ" "ชอบมนอยู่นะ"

    มันทำให้เรารุสึกแย่ และเสียใจอยู่

    และมันก้เปนสาเหตุที่เราไม่อยากคุยกะนายเลย

    สรุปผล การไปเที่ยวกลางคืน 3คืน

    และการดื่มสุรา 4 วัน

    ถึงแม้ว่าจะมีหลายอย่างผ่านเข้ามา

    บางวันมีอะไรให้คิดมากมาย

    บางวันแทบไม่มีอะไรให้ทำ

    แต่ยังไง ก็ยังคิดถึงพวกอยู่เสมอนะ

    คิดถึงนะจ๊ะ เฟิร์น ปอนด์ สิวสิว(ไม่ค่อยได้เจออ่ะ)

    มนัส พี่โน๊ต บอม แท็บบี้ เอิง เอย สิตาง โจ้ พี่หาญ

    คิดถึงพี่ๆ และเพื่อนๆ โฟล์คทุกคนเลย

    คิดถึงเพื่อนๆพี่ๆ ที่คณะนะ

    อัพแค่นี้พอแล้วเนอะ

    เอาให้หายคิดถึงก็พอ...

     

     

     

     

    March 25

    เที่ยวคราวนี้สนุกจังเลย

    เพิ่งมีเวลามาอัพบล๊อค
    มัวแต่อยู่ กทม ตั้งหลายวัน
    แต่ไม่ได้แตะคอมเลยอ่ะ
    ช่วงวันที่ 13 มี ค ที่ผ่านมานะค่ะ
    โอ้วเปนช่วง 1 อาทิตย์ที่คุ้มค่ามากมากเลย
    เราได้ไปเที่ยวเหนือกะเพื่อนๆหล่ะ
    วันแรกนะก็ขึ้นรถไป ชั้น 3 จาก กท ไป ชม ก่อนเลย
    โห แบบว่าปวดก้น ปวดขาหมดเลย
    นั่งตั้ง 14 ชั่วโมงแหนะ
    แต่ก็หนุกดีอ่ะ
    แล้ววันที่ 2 ในการไปเที่ยวครั้งนี้
    เราก็ต้องกลับบ้านอ่ะจิ
    ไปทำธุระที่บ้าน กลับมาที่ ชม
    เค้าก็ไปเที่ยว หน้า ม. กะหลัง ม. กานแล้ว
    แถมยังไปแอร์พอตแล้วด้วย
    ไม่ได้ไปเลยง่า
    แต่ว่าอีกวันก็มีคนเข้ามาเที่ยวด้วยกานเพิ่ม
    นั่นก็คือ เอ่ยเอ๊ย น้องของ เอิ่งเอิ๊ง น่านเอง
    วันนั้นเราได้ไปเที่ยวดอยสุเทพด้วย
     ขึ้นบันไดเหนื่อยเลย
    แล้วก็ตอนเย็น ไปกินข้าวที่ ริเวอร์ไซต์
    ริมแม่น้ำเลยนะ อาหารอร่อยมาก
    โดยเฉพาะ มูสชอคโกแลต
    แล้วก็ไปอ่างแก้วที่ใน ม. นั่งตากลมกัน
    แล้วก็คุยกานอ่ะ บรรยากาศดีจัง
    และอีกวันเราก็มีเพื่อนเพิ่มเข้ามาในทริปอีก 2คน
    คือ วินวิน กะโจโจ้ (มาช้าอดกินของแพงเลย)
    แล้ววันนั้นเราก็ตรงไปยังเชียงรายเลยฮับ
    อ๋อ แต่เราแวะที่ พะเยาแปปนึงอ่ะนะ
    แล้วทีนี้ก็ไปเชียงรายเจงๆแระ
    ก่อนอื่นเราก็ไปพักบ้านพี่กด ค้าบ
    (ผู้ให้ที่พักอาศัย น่ารักเจงๆ)
    แล้วอีกวันเราก้ไปจำไม่ได้ว่าอานไหนก่อนนะ
    แต่ว่าจำได้ว่าเราไปเที่ยวน้ามตกกาน
    ไปเที่ยวถ้ำปูแกงที่มีลืง ญาติของ 2 หนุ่มเอิงเอย
    ที่แย่งสตรอเบอรี่ไปต่อหน้าต่อตา
    แล้วยังทำเรื่อง...รุกานอ่ะนะเพื่อนๆ
    แล้วเราก็ไปเที่ยวที่ภูชี้ฟ้า
    พระอาทิตย์สวยมาก
    แล้วก็ไปที่ห้วยหมากเหลียม
    และแล้วเราก็ต้องกลับมาที่เชียงใหม่
    อยู่อีก 1 คืน และก็ไปเดินถนนท่าแพกาน
    ชอบมากๆเลยนะ
    อยากไปเที่ยวด้วยกานอีก
    ในระหว่างกานเที่ยวเนี่ย
    ก็มีเรื่องสนุกๆให้ทำตลอดกานเดินทางเลย
    มีทั้งเล่นบัดดี้ คิลเลอร์ และก็ตำแหน่งเบ๊
    วันแรกมาเราก็ได้เปนเบ๊เลยอ่ะ
    ตาหลกชะมัด
    แต่ก็หนุกดีอ่ะ
    เพิ่งรุว่ากานเล่น คิลเลอร์
    มานทำให้เราเชื่อใจเพื่อนไม่ค่อยได้เลย
    เหอะๆๆๆ
    ไม่อยากให้ทริปนี้จบเลย
    ขอบคุนนะค่า เพื่อนๆทุกคน
    ที่คอยช่วยเหลือมนตลอดเลยนะ
    ขอบคุนพี่หาญนะ ที่แต๊งกลับได้ดีมากเลยอ่ะ
    มนกลัวว่าพี่หาญจะจับบัดดี้ว่าเปนมนได้นะเนี่ย
    ขอบคุณโยโย นะ ที่เทคดีมากเลยนะ
    แต่เต่าหยกให้มาเพื่ออารายเนี่ย
    ช่วยบอกความหมายทีเหอะ
    ขอบคุณเฟิร์นเฟิร์นนะที่อยู่เปนเพื่อนตลอดเลย
    (อย่าคิดมากนะ มีมนอยู่ข้างๆนะจ๊ะ)
    ขอบคุณบอมบอมกับเสียงหัวเราะนะ
    ถ้าไม่มีบอมทริปนี้คงไม่ฮามากเท่านี้แน่เลย
    ขอบคุณแทบบี้นะที่ให้คำปรึกษาจ๊ะ
    ขอบคุณมนัสกะพี่โน๊ตที่คอยคิดเกมหนุกๆ
    ให้เล่นตลอดเลย
    แล้วก็ขอบคุณนะค่ะพี่โน๊ตที่มาส่งที่รถแท็กซี่
    ขอบคุณเอิงนะที่เปนห่วงน้องสาวคนนี้
    ที่มาส่งตอนขึ้นรถกลับลำปางนะ
    ขอบคุณเอ่ยเอ๊ยนะที่ทำให้รุสึกว่า
    อยู่ด้วยแล้วสบายใจเวลาที่เครียด
    ขอบคุณตาง วิน กะ โจ้ ที่เปนห่วงมนนะ
    โจ้อย่าคิดมากนะ อย่างอลด้วย
    เรื่องบางเรื่องไม่รุจะดีกว่านะ
    ไม่ใช่ว่าเหนเปนคนนอกหรืออาราย
    แต่ไม่อยากให้ไม่สบายใจอ่ะ
    February 28

    อ่านแล้วโดนจัง

    อ ย่ า รั ก . . . เ พ ร า ะ ส ง ส าร  เ ข า รู้ ค ง ท ร ม า น ใ จ
     
    อ ย่ า รั ก . . . เ พี ย ง คิ ด ว่ า ล อ ง ๆ ค บ ไ ป แ ต่ เ ธ อ จ ง เ ชื่ อ ใ จ ใ น ตั ว เ ข า
     
    อ ย่ า รั ก . . . เ พ ร า ะ เ พื่ อ น ว่ า ดี  เ พ ร า ะ ค น ค น นี้ อ า จ ไ ม่ ไ ด้ รั ก เ ร า
     
    แ ต่ รั ก เ พ ร า ะ เ ธ อ รั ก เ ข าแ ล ะ มั่ น ใ จ จ ะ ก้ า ว ไ ป ด้ ว ย กั น
     
    อ ย่ า รัก . . . เ พี ย ง คิ ด ว่ า พ อ ค บ ไ ด้  ถ้ า เ ข า ไ ม่ ใ ช่ ค น ที่ เ ธ อ ฝั น
    อ ย่ า รั ก . . . เ พี ย ง แ ค่ ฆ่ า เ ว ล า ไ ป วั น ๆ   เ พ ร า ะ เ ธ อ กำ ลั ง ฆ่ า ค น ค น นั้ น ใ ห้ ค่ อ ย ๆ ต า ย
     
    อ ย่ า รั ก. . . ถ้ า หั ว ใ จ เ ธ อ กำ ลั ง ก ล้ำ ก ลื น  เพ ร า ะ เ ธ อ ค ง ไ ม่ อ า จ ฝื น ใ ห้ค ว า ม รั ก มี ค ว า ม สุ ข ไ ด้ 

    อ ย่ า รั ก. . . ค น ที่ ผ่ า น เ ข้ า ม า แ ล้ วผ่ า น ไ ป แ ต่ จ ง รั ก ค น ที่ เ ธ อ ห ยุ ด เ ข า ไ ว้ ด้ ว ย รั ก

    อ ย่ า รั ก. . .แ ล ะ รี บ จ ะ ผู ก พั นถ้ า ค น ๆ นั้ น เ ธ อ พึ่ ง รู้ จั ก
     
    อ ย่ า ป ล่ อ ย ใ จ . . . ใ ห้ รั ก ใ ค ร ง่ า ย ๆ นั กจ ง ดู ใ จ กั น สั ก พั ก ก่ อ น จ ะ เ ชื่ อ ใ จ
     
    อ ย่ า รั ก . . . ใ ค ร ห ล า ย ๆ ค น เ พ ร า ะ ไ ม่ มี ใ ค ร ท น เ ป็ น ร อ ง ไ ด้ แ ต่ รั ก ค น ที่ เ ธ อ พ ร้ อ ม จ ะ ใ ห้ เ ข า ทั้ ง หั ว ใ จ
      
    แ ล ะ พ ร้ อ ม จ ะ เ คี ย ง ข้ า ง กั น ไ ป . . . ชั่ ว นิ รั น ด ร์
     
     
    อ่านแล้วรุสึกว่ามันก็จิงนะ
     
    การที่เราไปชอบใครแล้วทุ้มให้สุดหัวใจเลยอ่ะ
     
    เค้าอาจยังไม่เหนคุณค่าของเรา
     
    มันคงต้องใช้เวลาซักพัก
     
    แต่ว่าเราก็เปนคนที่โชคดีคนนึง
     
    ที่ไม่ได้ทุ้มให้ใครสุดหัวใจ
     
    เพราะรุว่าซักวันนึงเราก็คงเจ็บ
     
    และเมื่อเค้ายอมรับในความรักเราด้วยแล้ว
     
    ซักวันเค้าก็คงเจ็บเช่นกัน
     
    เพราะเรารุว่าเราเปนยังไง
     
    เปนใคร
     
    เปนคนแบบไหน
     
    เราอยากให้นาย คนที่เราคิดว่าจะคอย
     
    คอยอยู่ข้างนายเสมอนะ
     
    เจอกับสิ่งที่ดีๆ
     
    คนที่ดีๆนะ
     
     
     
     
    blog นี้คงจะเพ้อฝันเรื่องความรัก
     
    จบลงเพียงแค่นี้ค่ะ
     
    หากว่ามีโอกาส
     
    เราคงได้เพ้อฝันกันใหม่
     
    (แต่คงอีกนานเลยนะ)
     
    สวัสดีค่ะ  
    February 23

    รุสึก...

    ใกล้สอบแล้วนะเนี่ย
     
    ยังไม่มีกะจิตกะใจอ่านหนังสือเลย
     
    ในหัวมีแต่เรื่องนายอีกแล้ว
     
    เราเริ่มเบื่อแล้วนะ
     
    เราเบื่อตัวเองมากเลย
     
    ไม่ลืมนายซะที
     
    ไม่รุตัวซะทีว่าเราเปนใคร
     
    เราพยายามที่จะดูรูปนาย
     
    เพื่อให้เราชินซะที
     
    ชินกับความรุสึกว่าเราก็ได้แค่อยู่ห่างๆ
     
    เราพยายามเข้าไปสเปซนาย
     
    เพื่อดูหน้าแฟนของนาย
     
    ดูไปทำไมกันนะ
     
    ดูเพื่อตอกย้ำตัวเองเหรอ
     
    ดูเพื่อ...ดูเพื่อ แล้วดูเพื่ออะไรอ่ะ
     
    ทุกครั้งที่เราเล่นเน็ต
     
    นั่งเปิดสเปซดู
     
    เราต้องเปิดของนายทุกครั้งเช่นกัน
     
    และครั้งนี้ก็เช่นกัน
     
    แล้วเราก็ดันไปเปิดสเปซแฟนของนาย
     
    มีรูปนายด้วยนะ
     
    น่ารักเชียว
     
    ในสเปซนายก็มีรูปแฟนนาย
     
    น่ารักเชียว
     
    เค้าเก็บรูปนายได้ทุกอิริยาบทเลยเนอะ
     
    น่ารักดีนะ
     
    ดูไปเรื่อยๆ
     
    มันเจ็บยังไงบอกไม่ถูก
     
    ดูแล้วก็ต้องดูต่อให้จบ
     
    ดูแล้วไม่อยากปิดเลย
     
    ดูแล้วอยากอ่านข้อความที่อยู่ในสเปซนายและเค้า
     
    ดูแล้วอยากให้มีข้อความที่ทำให้เราได้รุเรื่องนายและเค้ามากกว่านี้
    เราขออยู่ข้างๆนายได้มั๊ยนะ
     
    เราขอคุยกับนายเหมือนเดิมได้มั๊ยนะ
     
    เราขอเวลาบางส่วนที่ไม่มีเค้ามาคุยกะเราได้มั๊ยนะ
     
    เราขอรูปถ่ายที่นายเต็มใจให้เหมือนเดิมได้มั๊ยนะ
     
    เราขอให้นายไม่หายไปจากเราได้มั๊ยนะ
     
    เราขอให้นายยังโทรมาคุยกะเราบ้างได้มั๊ยนะ
     
    เราขอให้นายอยู่เคียงข้างเราบ้างได้มั๊ยนะ
     
    เราขอให้นายกะเค้ามีความสุขมากๆนะ
     
     
    ............................
     
    อยากอ่านหนังสือแล้ว
     
    แต่มันไม่รุว่าจะเริ่มอ่านยังไง
     
    จะอ่านอะไรดี
     
    ควรตั้งใจอ่านได้แล้วซินะเรา
     
    ตั้งใจ สู้ๆ เย้
     
    February 07

    หยุด...ซะที

    หยุด ไม่ได้หมายความว่า
    เราจะหยุดชีวิตให้กะนายคนนั้น
    หยุด ไม่ได้หมายความว่า
    เราได้เจอผู้ชายที่แสนดีแล้ว
    หยุด หมายความว่า
    เราเหนื่อย และพอแล้วกะนายคนนี้
    เราได้รุแล้วว่า
    ความจริง
    นายไม่เคยลืมเค้าเลย
    นายไม่เคยทิ้งเค้าไปจากใจ
    นายยังคงคิดถึง
    รัก และเปนห่วงเค้าอยู่เสมอ
    วันนี้นายบอกเราว่า
    คนๆนั้น เค้ามีคนอื่นอยู่ในใจ
    ทำให้นายต้องเลิกกะเค้า
    มันเปนเรื่องที่งี่เง่าจัง
    หากว่านายยังรักเค้า
    ก็กลับไปหาเค้าเถอะ
    เค้าคนที่รักนาย
    .
    .
    .
    .
    ถึงแม้ว่า
    เราเองก็รักนายเช่นกัน
    เปนห่วงนายเช่นกัน
    คิดถึงนายเช่นกัน
    แต่เราคงเปนอะไรที่มากว่าคนรุจัก
    ไม่ได้ซินะ
    คงไม่มีวันที่จะได้อยู่ในใจนาย
    มันเจ็บปวดมากนะ
    ที่เราได้คุยกะนาย
    แต่คุยแต่เรื่องเค้า
    เรื่องงาน
    งาน....เราฝืนทำมันให้นาย
    แต่เราก็ดีใจนะที่เราได้ทำให้นาย
    ถึงแม้ว่านายจะไม่รับมันแล้ว
    ไม่เปนไร
    เราดีใจที่นายให้เราทำให้
    มีเพื่อนหลายคนบอกว่า...
    "แกโดนหลอกใช้แน่ๆ"
    แต่ถึงยังไง
    เราก็ยอมที่จะให้นายหลอกใช้
    มันเปนความต้องการของเราเอง
    จะโทษนายก็ไม่ได้
    เราก็รุอยู่แล้วด้วยซ้ำ
    แต่เราก็ยอม
    ขอเพียงแค่ได้คุย
    ขอเพียงแค่ได้เจอ
    เท่านั้นก็พอ
    ตอนนี้เราก็คงได้แต่อยู่ห่างๆ
    คอยเปนห่วง
    คอยคิดถึง
    อยู่เมื่อนายไม่มีใคร
    อยู่เผื่อว่าวันนึงนายจะเหนเราบ้าง
    แค่นั้นพอ
    *
    *
    *
    *
    *
    แต่เมื่อนายเจอคนที่ดี
    นายก็ไปกับเค้า
    เราก็ยังคงเดินต่อไป
    อยู่ข้างๆนาย
    เราก็มีชีวิตของเรา
    เราก็คงจะมีคนที่ดีพอ
    ที่จะอยู่ข้างๆเราเช่นกัน
    เราไม่ได้ปิดกั้นตัวเองใช่มั๊ย
     
    ตอนนี้เรามีความสุขที่เปนอยู่
    ตอนนี้เรามีเพื่อนฝูงคอยเปนห่วงอยู่ข้างๆ
    ตอนนี้เรามีครอบครัวเสียงดนตรีที่อบอุ่นต้อนรับทุกๆเวลา
    ตอนนี้เรามีบ้านที่เปนกำลังใจเสมอ
    ตอนนี้เรามีเสียงดนตรีดังอยู่ในหัวใจคอยเปนเพื่อนเวลาเหงา
    ตอนนี้เรามีความสดใสของคนรอบข้างเติมพลังให้กะเรา
    มันเปนตัวกระตุ้นที่ดีเลยทีเดียวหล่ะ
    ขอบคุณทุกสิ่งที่มีอยู่ในตอนนี้
    ทำให้เราไม่เหงา
    ทำให้เราไม่เศร้า
    ทำให้เราไม่ต้องเสียน้ำตา
    ทำให้เรารุว่าตัวเองยังมีคุณค่า
    กะสิ่งที่เรามีอยู่ในตอนนี้
    ขอบคุนจิงจิง
     
     
    January 16

    ถึงคนนึง...

    ไม่รุว่านายคนนั้น
    จะได้เข้ามาอ่านรึเป่า
    ไม่รุว่าเมื่ออ่านแล้ว
    จะรุมั๊ย
    ว่าเปนนาย...
     
    เราอยากจะบอกนายว่า
    ตอนนี้เราสับสนมาก
    เราไม่รุว่าเราคิดยังไงกับนาย
    เรารุสึกว่าเราคิดถึงนาย
     
    นายคนที่อยู่ห่างไกลทั้งตัวและหัวใจ
    คนที่เราเคยรุจักกันตั้งแต่ ม. ปลาย
    คนที่เราได้แค่มองมานาน
    คนที่เพื่อนเราชอบ
     
    เราเปนห่วงนายมากนะ
    เราเจ็บปวดมาก
    เมื่อเหนนายเสียใจ
    เราเสียใจที่เค้าทำแบบนั้นกับนาย
     
    แต่เราก็ดีใจมากเลยนะ
    ที่เค้ากะนายเลิกกัน
    เราไม่รุหรอกนะว่า
    มันดูแล้วเหนแก่ตัวรึเป่า
    เหมือนนางมารร้ายรึเป่า
    แต่นี่เราก็ไม่รุอีกว่าเราเปนอะไร
     
    เราชอบนายเหรอ
    เราไม่เข้าใจ
    ไม่รุว่านายคิดกับเราแบบไหน
     
    ไม่รุว่านายจะรุรึเป่า
    ว่าเรารอโทรสับจากนายอยู่
    นายรุรึเป่าว่า
    การที่นายสัญญาว่าจะโทรมา
    แล้วนายไม่โทรมา
    มันทรมานมากเลยนะ
    การที่ต้องรอนาย
    รอเพียงโทรสับจากนาย
     
    เราได้ไปอ่านสเปซของนาย
    เราอยากเปนผู้หญิงคนนั้น
    คนที่โชคดี
    คนที่นายพร้อมจะให้เค้ากลับมาได้ทุกเมื่อ
    เราไม่รุว่าเราจะได้เปนคนนั้นบ้างรึเป่า
     
    เพราะนายคงไม่ได้คิดแบบเดียวกับเรา
    เราคงคิดไปเอง
    เราคงเพ้อไปเอง
    เรา...
     
    ถ้าหากนายรุตัวนายแล้ว
    ว่าเราพูดถึงนายอยู่
    ก็ขอให้รุไว้ว่า
    เรา "รอ" โทรสับจากนายอยู่นะ
    เรารอที่จะเจอนายอีกครั้ง
     
    และขออีกอย่าง
    ถ้าสิ่งที่บอกไปแล้ว
    นายรุแล้ว
    นายอย่าโกรธเราได้ไหม
    ถ้านายไม่ได้คิดแบบเดียวกัน
    นายอย่าเปลี่ยนไปจากเดิม
    เปนแบบนี้
    แบบที่เราสบายใจที่จะคุยกัน
    อย่าเปลี่ยนตัวเอง
    อย่าห่างจากเราเลยนะ
    ขอร้อง...